ความเป็นมา
พ.ศ. 2329
อุตสาหกรรมสุราของไทยมีกำเนิดมาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา และได้
ถูกจารึกไว้ควบคู่กับ ตำนานการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องด้วย
พระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้
สร้างโรงต้มกลั่นสุราแห่งแรกขึ้น ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปาก
คลองบางยี่ขัน เพื่อหารายได้เข้าท้องพระคลัง เมื่อ พ.ศ. 2329 หลังสถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานีเพียง 4 ปี ชาวบ้านเรียกชื่อโรงงานแห่งนั้นตามชื่อคลองว่า โรงงานสุราบางยี่ขัน ในยุคแรกมีเพียงการต้มกลั่นสุราขาว หรือเหล้าโรง โดยนายอากรจีนเป็นผู้ผลิตจำหน่าย และนำเงินส่งเข้าหลวงตามที่ตกลงกัน
พ.ศ. 2470
ยุคสมัยใหม่ของอุตสาหกรรมสุราในประเทศไทยเริ่มต้นอย่างจริงจังนับแต่ พ.ศ. 2470 เป็นต้นมา เมื่อรัฐบาลเข้าดำเนินการโรงงานสุราเอง ผ่านกระทรวง อุตสาหกรรม และกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิตในฐานะผู้รับผิดชอบโรงงานสุราบางยี่ขันในสมัยนั้น มีบทบาทในการพัฒนา อุตสาหกรรม สุราไปอย่างก้าวหน้า มีการผลิตสุราชนิดต่างๆ ให้ได้คุณภาพ และมีมาตรฐานสูงขึ้น จากเดิมที่มีเพียงสุราขาว และยังได้ริเริ่มผลิตสุราผสม โดยใช้เครื่องสมุนไพร ตามเภสัชตำรับของยาดองเหล้าที่มีมาแต่โบราณ นำมาสกัดโดยแช่ในสุราดีกรีสูง เพื่อทำเป็นน้ำเชื้อ แล้วนำมาปรุงแต่งรส กลิ่น สี และแรงแอลกอฮอล์ตามกรรมวิธี เพื่อสนองความต้องการของประชาชนที่นิยมดื่มยาดองเหล้าแทนสุราขาว จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
พ.ศ. 2484
แม่โขง ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2484 ในช่วงพัฒนาอุตสาหกรรมสุรา โดยกรมสรรพสามิตผู้รับผิดชอบโรงงานสุราบางยี่ขันในสมัยนั้น นอกเหนือจากสุราแม่โขง ที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายแล้ว ยังมีการริเริ่มผลิตสุราปรุงพิเศษชนิดอื่นออกมาจำหน่ายในช่วงระยะเดียวกันนี้ด้วย เพื่อให้นักดื่มไทยได้ดื่มแทนวิสกี้จาก ต่างประเทศ ซึ่งช่วยประหยัด และสงวนเงินตราต่างประเทศได้อย่างมาก สุราปรุงพิเศษ 2 ยี่ห้อที่ผลิตออกมาในครั้งนั้นคือ สุรา ว.ก. (เรียกแทนวิสกี้) และ สุรา บ.ด. (เรียกแทนบรั่นดี) ต่อมาโรงงานสุราบางยี่ขันได้ถูกโอนไปสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สุราแม่โขงภายใต้การดูแลของกระทรวง อุตสาหกรรม มีพัฒนาการไปในทุกด้าน ทั้งรูปแบบและรสชาติ จนครองใจนักดื่มชาวไทยในขณะนั้นได้อย่างสมบูรณ์
พ.ศ. 2502
ในปี พ.ศ. 2502 รัฐบาลมีนโยบายให้เอกชนเช่าสัมปทานการผลิต และจำหน่ายสุราที่ผลิตจากโรงงานสุราบางยี่ขัน และโรงงานสุราอื่นๆ ของรัฐบาลครั้งละ10 ปี ในระหว่างนั้นความนิยมสุราแม่โขงได้เพิ่มมากขึ้น รัฐจึงให้สัมปทานใหม่ (พ.ศ.2522-2542) แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ และให้สร้างโรงงานสุราใหม่อีกโรงงานหนึ่งที่จังหวัดปทุมธานีเมื่อ พ.ศ.2525 ส่วนกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ซึ่งมีโรงงานสุรา 32 แห่งทั่วประเทศ ได้ทำการปรับปรุงอุตสาหกรรมสุราในสังกัดของตนเอง โดยยกเลิกโรงงานเหล่านั้นทั้งหมดซึ่งมีสภาพเก่าและอยู่ในชุมชน จึงยุบโรงงานสุราดังกล่าว โดยให้เปิดประมูลสัมปทาน และสร้างโรงงานใหม่เพื่อผลิตและจำหน่ายสุราจำนวน 12 โรงงาน ใน 12 เขตพื้นที่
พ.ศ. 2520
แสงโสม ขวดแรก ถือกำเนิดในปี พ.ศ.2520 โดยฝีมือการปรุงของนายจุล กาญจนลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญการปรุงสุรามือหนึ่งของเมืองไทย จาก โรงงานสุราแสงโสม จังหวัดนครปฐม ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดบริษัท แสงโสม จำกัด
แสงโสมเป็นสุราประเภทรัม (Rum) มีกระบวนการผลิตที่เป็นกรรมวิธีเฉพาะตัว ทำให้ได้สุราคุณภาพจากการหมัก กลั่น และเก็บบ่มแอลกอฮอล์ในถังไม้โอ๊คนาน 3 ปี, 5 ปี และ10 ปี จึงได้แอลกอฮอล์คุณภาพเยี่ยม เพื่อนำมาปรุงแต่งรสด้วยหัวเชื้อพิเศษที่ปรุงขึ้นจากส่วนผสมของเครื่องเทศ และสมุนไพรนับร้อยชนิด อันเป็นสูตรลับเฉพาะของแสงโสม
พ.ศ. 2525
แสงโสม ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดสุรา ณ กรุงมาดริด ประเทศ สเปน ในปี พ.ศ. 2525 และ 2526 และชนะรางวัลการประกวดสุรา ณ เมืองดุซเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี ในปี พ.ศ. 2526 จึงเป็นที่รู้จัก และเรียกขานในหมู่นักดื่มทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศว่า "แสงโสมเหรียญทอง" มาจนปัจจุบัน
พ.ศ.2534
รัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมเบียร์ในปี พ.ศ. 2534 จึงมีผู้ขอตั้งโรงงานเบียร์หลายราย เบียร์ช้าง เป็นเบียร์ไทยยี่ห้อเดียวที่ใช้พยัญชนะไทยในฉลากเบียร์อย่างภาคภูมิในความเป็นไทยออกสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2538
เบียร์ช้าง ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารที่ต้องการขยายตลาดเบียร์รสชาติคนไทย ที่มีคุณภาพระดับสากล เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิต และฝีมือของคนไทย
พ.ศ.2537
4 เมษายน พ.ศ. 2537 เบียร์ช้างขวดแรกผลิตเสร็จสมบูรณ์จากโรงงานผลิตเบียร์ที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงงานที่ร่วมก่อสร้างโดย บริษัท DANBREW A/S บริษัทก่อสร้างโรงงานเบียร์ชั้นนำของประเทศเดนมาร์ก
เบียร์ช้าง ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารที่ต้องการขยายตลาด เบียร์รสชาติคนไทยที่มีคุณภาพระดับสากล เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิต และฝีมือของคนไทย
พ.ศ.2538
เบียร์ช้าง วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2538 และได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวาง ด้วยรสชาติที่ถูกคอ และระดับราคาที่เหมาะสม ผลตอบรับและความสำเร็จของ เบียร์ช้าง เป็นการเปิดยุคใหม่ และพลิกโฉมหน้าวงการเบียร์ไทยครั้งสำคัญ
พ.ศ.2541
ความโดดเด่นของรสชาติเบียร์ช้างสร้างเกียรติภูมิให้กับประเทศเมื่อประสบความสำเร็จระดับโลก ได้รับคัดเลือกให้เป็น เบียร์เหรียญทอง จากการประกวดเบียร์นานาชาติที่ประเทศออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2541 ประเภทเบียร์ลาเกอร์ ไม่จำกัดดีกรี นับจากนั้นมา เบียร์ช้าง ก็ยิ่งได้รับการตอบรับมากขึ้นจากผู้บริโภคทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ จนกลายเป็นเบียร์ยอดนิยมที่ครองใจนักดื่ม
พ.ศ. 2542
เพื่อสนองตอบความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีการก่อสรัางโรงงานเบียร์ที่อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชรในปีพ.ศ. 2542 โรงงานเบียร์ จังหวัดกำแพงเพชร ทำให้การขนส่งเบียร์ช้างไปยังภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือสะดวกรวดเร็วขึ้น
โรงงานเบียร์ ณ จังหวัดกำแพงเพชร เริ่มก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2542 มีอาณาบริเวณ 1,600 ไร่ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 32 เดือน ด้วยเงินลงทุน 9,000 ล้านบาท เริ่มการผลิตเบียร์ช้างครั้งแรกในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2544 และเบียร์ช้างขวดแรกที่ผลิตจากโรงงานเบียร์ จังหวัดกำแพงเพชร เสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
พ.ศ.2543
สัมปทานโรงงานสุราสิ้นสุดลงในปี พ.ศ.2542 และรัฐมีนโยบายเปิดเสรีการค้าสุรา บริษัท สุราบางยี่ขัน จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูลซื้อโรงงานสุราบางยี่ขัน จังหวัดปทุมธานี และบริษัทในเครืออีก 11 บริษัท ชนะการประมูลซื้อโรงงานสุราของกรมสรรพสามิต 11 โรงงาน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทในเครือจึงมีโรงงานสุราที่ซื้อจากรัฐบาลทั้งหมด 12 โรงงาน และเริ่มดำเนินกิจการตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 เป็นต้นมา
พ.ศ.2546
มีการรวมตัวของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง 58 บริษัท เป็น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ด้วยทุนจดทะเบียน 20,000 ล้านบาทในเดือนตุลาคม พ.ศ.2546 ต่อมามีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 22,000 ล้านบาทในเดือนธันวาคม
พ.ศ.2546 ปัจจุบัน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยบริษัทย่อยจำนวน 63 บริษัท ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นสุราและเบียร์จากต่างประเทศ และมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ การผนึกกำลังการผลิตและการจัดจำหน่ายที่มั่นคง รวมทั้งมีธุรกิจในเครือที่เกี่ยวเนื่องรองรับได้อย่างครบวงจร จึงเป็นกลไกสำคัญที่สร้างเสริมขีดความสามารถในการผลิตสุราและเบียร์ที่มีคุณภาพทัดเทียมกับสุราและเบียร์ระดับโลก ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าทำให้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำแห่งธุรกิจแอลกอฮอล์ของไทย ซึ่งพร้อมที่จะก้าวต่อไปสู่การเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลก
พ.ศ.2547
ความสำเร็จของ เบียร์ช้าง ทำให้บริษัทฯ สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เบียร์ในประเทศไทย และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขยายตลาด ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2547 จึงได้เปิดตัว เบียร์อาชา ออกสู่ตลาดเพื่อสนองความต้องการของนักดื่มเบียร์รุ่นใหม่ ที่ต้องการเบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ต่ำลง ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังผลิตแอลกอฮอล์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมผ่านทาง บมจ.ไทยแอลกอฮอล์ โดยผลิตเอทานอลเพื่อนำไปผสมกับน้ำมันเบนซินออกเทน 91 เพื่อผลิตเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ โดยบริษัทฯ ผลิตเอทานอลออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2547 เพื่อรองรับความต้องการและตอบสนองนโยบายของรัฐบาล
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นอกจากจะเป็นผู้นำแห่งธุรกิจแอลกอฮอล์ที่มีศักยภาพสูงสุดของไทยแล้ว บริษัทฯ ยังยึดมั่น ในการมีบทบาท และส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมทุกระดับชั้นอย่างเหนียวแน่น เพื่อช่วยสร้างสรรค์ให้สังคมไทยให้มีคุณค่า
พ.ศ.2549
ประสบความสำเร็จในการนำหุ้นของบมจ.ไทยเบฟเวอเรจ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์
เข้าซื้อโรงงานสุราจากบริษัท สินสุรางค์การสุรา จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตสุราตราเสือขาว และเข้าซื้อบริษัท Pacific Spirits (UK) Limited ซึ่งมีกิจการโรงกลั่นสุรา Inver House Distillers ในประเทศสก็อตแลนด์ และเข้าซื้อบริษัท Best Spirits Companylimited
พ.ศ. 2550-ปัจจุบัน
เข้าซื้อบริษัท ประมวลผล จำกัด และบริษัท เอส.พี.เอ็มอาหารและเครื่องดื่ม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตสุราตราหมีขาว และสินค้าอื่นๆ
|