คุณสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย คุณอภิชาติ โตดิลกเวชช์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานที่ปรึกษามูลนิธิสถาบันพัฒนาวิสากิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย มอบรางวัลให้กับผู้ชนะรุ่นเยาว์ ในเวทีการประกวด OTOP Junior Contest 2019 จำนวน 20 รางวัล ที่จัดขึ้นภายในงาน OTOP City 2019 ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
การประกวด OTOP Junior Contest 2019 เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) คณะทำงานด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและสร้างเสริมวิชาชีพให้กับเยาวชนในโรงเรียน เป็นการค้นหาผู้ประกอบการโอทอปรุ่นเยาว์ ที่สามารถประยุกต์วิชาการมาริเริ่มการค้าขายเน้นการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ผู้ประกอบการ และคนในชุมชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มหรือชมรมของโรงเรียนระดับประถมศึกษา หรือชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยมีจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมการประกวดทั้งสิ้น 167 โรงเรียน 172 กลุ่มหรือชมรม จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการประกวดผลงานระดับประเทศรอบแรก โดยได้คัดเลือกผลงานทั้งหมดให้เหลือ 20 กลุ่มหรือชมรม ซึ่งผลการประกวด มีดังนี้
รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และประกาศนียบัตร
- ประเภทอาหาร ได้แก่ ชมรมแปรรูปตะไคร้ คุณค่าอยู่ใกล้ตัว โรงเรียนบ้านคลองเรียงงาม จังหวัดอุตรดิตถ์
- ประเภทเครื่องดื่ม ได้แก่ โครงการทำมาค้าขาย (กาแฟ) โรงเรียนบ้านมูเซอ จังหวัดตาก
- ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ได้แก่ ชุมนุมหัตถกรรมไทพวนบ้านเชียง โรงเรียนบ้านเชียง (ประชาเชียงชิด) จังหวัดอุดรธานี
- ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ได้แก่ กลุ่มไทลื้อคิดส์ โรงเรียนริมโขงวิทยา จังหวัดเชียงราย
- ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ได้แก่ ชุมนุมหม่อนไหม สายใยเปือยหัวดง โรงเรียนอนุบาลลืออำนาจ (ชุมชนเปือยหัวดง) จังหวัดอำนาจเจริญ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และประกาศนียบัตร
- ประเภทอาหาร ได้แก่ ชมรมข้าวหมากรสสวรรค์ โรงเรียนดงสวรรค์วิทยา จังหวัดหนองบัวลำภู
- ประเภทเครื่องดื่ม ได้แก่ ชมรมทำมาค้าขาย โรงเรียนอนุบาลแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์
- ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ได้แก่ ชุมนุมอนุรักษ์หัตถกรรมจักสานไม้ไผ่รมควัน โรงเรียนเหมืองแบ่งวิทยา จังหวัดเลย
- ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ได้แก่ ชมรมต้นกล้าโกสัมพีวิทยา โรงเรียนโกสัมพีวิทยา จังหวัดกำแพงเพชร
- ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ได้แก่ ชมรมแก้วเก้าเซียน โรงเรียนวัดดอนทรายแก้ว จังหวัดชุมพร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และประกาศนียบัตร
- ประเภทอาหาร ได้แก่ กลุ่มกิจกรรมอาหารไทยสร้างอาชีพ โรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา จังหวัดตาก
- ประเภทเครื่องดื่ม ได้แก่ ชมรมรักษ์ใบฟักข้าว โรงเรียนบ้านหนองไหล (พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์) จังหวัดอุบลราชธานี
- ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ได้แก่ กลุ่มนักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โรงเรียนชุมชนวัดจงโกมิตรภาพที่ 157 จังหวัดลพบุรี
- ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ได้แก่ กลุ่มตาโขนรักษ์โลก โรงเรียนศรีสองรักษ์วิทยา จังหวัดเลย
- ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ได้แก่ ชมรม OSOP หนึ่งโรงเรียนหนึ่งผลิตภัณฑ์ โรงเรียนบ้านสระมาลา จังหวัดปัตตานี
รางวัลชมเชย ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร
- ประเภทอาหาร ได้แก่ ชมรมบางจานอาหารพื้นบ้าน โรงเรียนบางจานวิทยา จังหวัดเพชรบุรี
- ประเภทเครื่องดื่ม ได้แก่ ชมรมสมุนไพร PKC โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์
- ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ได้แก่ กลุ่มทอรักษ์ โรงเรียนดงดาวแจ้งพัฒนศึกษา จังหวัดนครพนม
- ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ได้แก่ ภูมิพัฒน์ กลุ่มผ้าครามด้นมือ โรงเรียนสกลนครพัฒนศึกษา จังหวัดสกลนคร
- ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ได้แก่ กลุ่มส่งเสริมอาชีพนักเรียนโรงเรียนเทศบาล2 วัดโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับน้องๆ โอทอปจูเนียร์ปีที่ 1 - 2 ที่ยังคงผลิตและจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่อง คือ
รางวัลความยั่งยืน สู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ OTOP Junior 2017 จำนวน 3รางวัล ได้แก่
- ชมรมเรารักขนมไทย โรงเรียนวัดกระทุ่ม (โสมประชาสรรค์) จังหวัดฉะเชิงเทรา
- ชุมนุมนักธุรกิจน้อย โรงเรียนบ้านเมืองกาญจน์ จังหวัดเชียงราย
- ชมรมจักรสานไม้ไผ่ โรงเรียนพังทุยพัฒนศึกษาจังหวัดขอนแก่น
รางวัลความยั่งยืน สู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ OTOP Junior 2018 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่
- ชมรมกลุ่มไส้เดือนตัวน้อย โรงเรียนท่าแร่ศึกษา จังหวัดสกลนคร
- ชมรมกลุ่มทอผ้า โรงเรียนหนองขาวโกวิทพิทยาคม จังหวัดกาญจนบุรี
- ชมรมแปรรูปอาหารจากเสาวรสและฟักข้าว โรงเรียนหนองไหล จังหวัดอุบลราชธานี
นับเป็นโครงการดีๆ อีกหนึ่งโครงการที่ช่วยส่งเสริมเยาวชนอนาคตของชาติมีความเข็มแข็งในการเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถดูแลตนเองและครอบครัวในอนาคตให้ประสบผลสำเร็จในชีวิต และสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดและอำเภอสืบต่อไป

