โครงการประกวดผลงานศิลปะเยาวชนประเภทภาพวาดและภาพถ่าย “ศิลป์ : ทรัพย์” รู้ใช้ รู้ค่า พัฒนา ต่อยอด (Art for Resilient Future) ประกาศผลการตัดสินรอบสุดท้าย เพื่อคัดเลือกผลงานศิลปะเยาวชนไทยที่สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์และมุมมองต่อการเงิน การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การสร้างโอกาส และการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยสู่สายตานานาชาติ
ภายหลังการเปิดรับผลงานจากเยาวชนทั่วประเทศมีเยาวชนให้ความสนใจและส่งผลงานทั้งภาพวาดและภาพถ่าย เข้าร่วมถึง 4,327 ผลงาน โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท พร้อมเกียรติบัตร และโอกาสนำผลงานไปจัดแสดงนิทรรศการที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อต้อนรับผู้เดินทางมาประชุมเพื่อสื่อสารความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยสู่สายตานานาชาติ และจะนำมาจัดแสดงอีกครั้งในงาน Sustainability Expo (SX) 2026 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการผลักดันพลังสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากแวดวงศิลปะ การถ่ายภาพ การศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ ประธานอำนวยการ Sustainability Expo (SX) ร่วมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ศาสตราจารย์เกียรติคุณญาณวิทย์ กุญแจทอง นายณัฏฐวุฒิ ธรรมศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และ นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมพิจารณาผลงานเพื่อคัดเลือกสู่รอบตัดสินไป เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละระดับ ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ได้แก่ ผลงาน “บนแผ่นดินสินทรัพย์สู่อนาคต” โดย นิพาดา วรรณประไพ จากโรงเรียนเซนต์แมรี่พยัคฆภูมิพิสัย อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดเชียงใหม่ รับเงินรางวัล 15,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 ได้แก่ ผลงาน “รากฐานการออมขับเคลื่อนเทคโนโลยีเเห่งอนาคต” โดย ศิริกานณ์ญา สายสอน จากโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี รับเงินรางวัล 25,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 ได้แก่ ผลงาน “ปูนา สู่ตลาดโลก” โดย สามเณร ศักดาวุฒิ วงค์ช่วย จากโรงเรียน ห้วยข้าวก่ำวิทยา อำเภอจุน จังหวัดพะเยา รับเงินรางวัล 40,000 บาท และระดับอาชีวศึกษา/มหาวิทยาลัย ได้แก่ ผลงาน “ตราบใดที่ไฟยังอยู่” โดย ดรัณภพ แช่มมี จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร รับเงินรางวัล 60,000 บาท
โครงการ “ศิลป์ : ทรัพย์” เกิดจากความร่วมมือของ Sustainability Expo (SX) ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง (สศค.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (RPST) มูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ (PAF) มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ (Bangkok Art Biennale Foundation) มูลนิธิสิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กลุ่มทีซีซี ภายใต้การดำเนินงานโครงการ โดย ศูนย์ ซี อาเซียน (C asean) บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด และ Amarin Academy เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยทั่วประเทศ ได้มีส่วนร่วมในวาระที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลก IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
“ศิลป์ : ทรัพย์” มาจากคำพ้องเสียงกับคำว่า “สินทรัพย์” โดยหยิบเอาคำว่า “ศิลปะ” และ “ทรัพย์” มาผสานกันเป็นแนวคิดของโครงการว่า “ศิลป์:ทรัพย์” รู้ใช้ รู้ค่า พัฒนา ต่อยอด สะท้อนความหมายถึงศิลปะเกิดจากจินตนาการ แต่ก่อเกิดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันทรงคุณค่า เข้าใจ และรู้คุณค่าของการเงิน การคลัง และพัฒนาอัตลักษณ์หรือทักษะของตัวเอง และชุมชน ควรค่าแก่การสืบสาน รักษา และต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงการคลัง ในฐานะเสาหลักด้านการเงินและเศรษฐกิจผู้ขับเคลื่อนการเติบโต และรักษาเสถียรภาพของประเทศ
การจัดโครงการ “ศิลป์ : ทรัพย์” ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพและพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการบอกเล่าเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านมิติศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ในโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 หลังได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรก เมื่อปี 2534 นับเป็นบทพิสูจน์ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกที่มีต่อประเทศไทยและทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสามประเทศของโลกที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวมากกว่าหนึ่งครั้ง











