ค้นหา :   
: ราคาหุ้น THBEV
 
 
     

พ.ศ. 2564

มกราคม
แกรนด์ รอยัล กรุ๊ป เปิดตัว "Grand Royal Super Smooth” เพื่อต่อยอดความสําเร็จของวิสกี้ Grand Royal Smooth

กุมภาพันธ์
เสริมสุข เปิดตัว "เอสเพลย์เพิ่มวิตามินบี 6 และบี 12 สูง" นํ้าอัดลมเพิ่มวิตามิน การันตีด้วยเครื่องหมายทางเลือกสุขภาพและ "เอสเพลย์ เยลลี่เชค” นํ้าอัดลมในรูปแบบเยลลี่เขย่าก่อนดื่ม

โออิชิ เปิดตัว “โออิชิ ชาคูลล์ซ่า” รสองุ่นเคียวโฮ การันตีด้วยเครื่องหมายทางเลือกสุขภาพ

โออิชิ เปิดตัว นํ้าจิ้มและซอสปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่นตรา “โออิชิ” ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักการทําอาหารกินเองที่บ้าน

มีนาคม
โออิชิ เปิดตัว “นาเบะเซลฟ์-ฮีตติ้ง ฮอท พอท" หม้อไฟญี่ปุ่นแบบอุ่นร้อนเองได้ ตอบโจทย์ความสะดวกแก่ลูกค้าที่เตรียมอาหารและปรุงอาหารรับประทานเอง

เปิดตัว Shopteenee.com แพลตฟอร์มออนไลน์ e-marketplace สามารถซื้อเครื่องดื่ม อาหาร และสินค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย พร้อมส่งถึงบ้าน

พฤษภาคม
โออิชิ เปิดตัว“โออิชิ โกลด์ วาโคอะ" ชาญี่ปุ่นเกรดพรีเมียม พร้อมสารทีเอฟลาวินที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

พฤศจิกายน
ไทยเบฟได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ประเภท DJSI World และ DJSI Emerging Markets และได้รับการยอมรับเป็น Indices Leader ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มด้วยคะแนนสูงสุดเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน

ศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาคแห่งใหม่ของไทยเบฟในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มเปิดดำเนินการ ซึ่งเป็นการยกระดับศูนย์กระจายการขนส่งสินค้าในกลุ่มไทยเบฟสู่ 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน

บริษัท ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ ยูไนเต็ด จํากัด เปิดตัว "ซี ทูน่าเอสเซนส์ ซุปปลาทูน่าสกัด” ด้วยคุณค่าจากโอเมก้า -3 และวิตามินบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการทํางานของระบบประสาท และสมอง เพื่อคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในสุขภาพ

 

พ.ศ. 2563

กุมภาพันธ์
เปิดตัวผลิตภัณฑ์สุราขาว "นิยมไทยสุราข้าวหอมพิเศษ" เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

มีนาคม
เปิดตัวผลิตภัณฑ์สุรา "Phraya Elements" สุราระดับพรีเมียมที่ผ่านการเก็บบ่มในถังไม้โอ๊คยาวนานหลายปี ในบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม หรูหรา และได้รับรางวัลเหรียญทอง San Francisco World Spirits Competition 2020

จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษในสถานการณ์โควิด-19 หรือ ThaiBev Situation Room (TSR) เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 และติดตามการดำเนินงานของกลุ่มไทยเบฟให้สามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงเพื่อดูแลสุขภาพของพนักงานซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง

เมษายน
เปิดตัวผลิตภัณฑ์เบียร์ "ฮันทส์แมน เบลเยี่ยม บลอนด์" เบียร์ลาเกอร์สไตล์เบลเยี่ยม กลิ่นอายคราฟต์เบียร์พร้อมกลิ่นผลไม้อ่อน ๆ ผสานกับมอลต์อย่างลงตัว

พฤษภาคม
เบียร์ "ช้างคลาสสิก" และ "เฟเดอร์บรอย" ได้รับรางวัล Monde Selection Gold Quality Award

มิถุนายน
ซาเบโก้เปิดตัว "Bia Lac Viet" เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 145 ปีของซาเบโก้ โดยเป็นเบียร์ที่พัฒนาโดยคนเวียดนามเพื่อผู้บริโภคชาวเวียดนาม ออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นสัญลักษณ์นก Lac Bird เพื่อเน้นย้ำค่านิยม และประเพณีของประเทศเวียดนาม

สิงหาคม
โออิชิเปิดร้าน "ซากาเอะ" ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของชาบู ชาบู และสุกี้ญี่ปุ่น เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน

ตุลาคม
ไทยเบฟต่อยอดความสำเร็จจาก Vision 2020 ขับเคลื่อนสู่ PASSION 2025 ซึ่งเป็นแผนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทในอีก 5 ปีข้างหน้า ภายใต้ 3 แนวทางหลัก คือ
- BUILD (สรรค์สร้างความสามารถ)
- STRENGTHEN (เสริมแกร่งความเป็นหนึ่ง)
- UNLOCK (สุดพลังศักยภาพไทยเบฟ)

เปิดตัวเครื่องดื่ม “วี-บูสท์” ที่มีส่วนผสมของเบต้ากลูแคนและ วิตามินซี200% ได้รับเครื่องหมายทางเลือกเพื่อสุขภาพ

ซาเบโก้เปิดตัว "Bia Saigon Chill" ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยีโคลด์ ฟิลเตอร์ (Cold Filtered) ที่อุณหภูมิ -2 องศาเซลเชียสเพื่อรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ยกระดับตราสินค้าของเบียร์ไซ่ง่อน และขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมใหม่เพื่อนำความภาคภูมิใจสู่เวียดนาม

โออิชิเปิดตัว "โออิชิ กรีนที พลัส ซี" ชาเขียวผสมวุ้นมะพร้าวและวิตามินซี200% เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ห่วงใยสุขภาพ

พฤศจิกายน
ไทยเบฟได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices (D.JSI) ในกลุ่มอุตสาหกรรม Beverages ประเภท DJSI World และ D.SI Emerging Markets และรักษาตำแหน่ง Industry Leader ด้วยคะแนนสูงสุดอีกครั้งในปีนี้

เปิดตัวผลิตภัณฑ์เบียร์ "แบล็ค ดราก้อน เซลติก แอมเบอร์" เบียร์สีทองเข้มที่เลือกใช้วัตถุดิบที่พิถีพิถันอย่างคาราเมล มอลต์

ธันวาคม
เปิดตัวผลิตภัณฑ์เบียร์ลาเกอร์ผสมกาแฟสกัด "ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์"เจ้าแรกของไทย

 

พ.ศ. 2562

มิถุนายน
เริ่มรับรู้กำไรร้อยละ 9.28 ของ สตาร์บัคส์คอฟฟี่ ไทยแลนด์ ซึ่งดำเนินกิจการร้านกาแฟในประเทศไทย

สิงหาคม
ชาเบโก้เปิดตัว "Bia Saigon"ในรูปลักษณ์ใหม่ สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ทันสมัย และเป็นตราสินค้าที่อยู่ในใจของผู้บริโภคชาวเวียดนาม

เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์สุราขาวรวงข้าว โดยเพิ่มการพิมพ์นูนคำว่า"รวงข้าว" บนขวด

กันยายน
ไทยเบฟได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกDow Jones SustainabilityIndices (DJSI) ประจำปี 2562 ในกลุ่มอุตสาหกรรม Beverages ประเภท DJSI World เป็นปีที่สามและ DJSI Emerging Markets เป็นปีที่สี่ และครองความเป็น Industry Leader ด้วยคะแนนสูงสุดต่อเนื่องกันเป็นปีที่สอง

F&N เปิดโรงเบียร์เอเมอรัลด์บริวเวอรี่ ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อผลิตเบียร์ช้าง นับเป็นการขยายการดำเนินงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มไทยเบฟในฐานะผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของภูมิภาค

เบียร์ช้างฉลองครบรอบ 25 ปีด้วยการเปิดตัว "เบียร์ช้าง 25 ปีโคลด์ บริว ลาเกอร์" โดยใช้วัตถุดิบจากมอลต์ 100% และใช้นวัตกรรมการกรองเบียร์โดยใช้อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 องศา (SutFiltration) ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษที่ดึงรสชาติและกลิ่นของมอลต์ออกมาได้อย่างเต็มที่

วางจำหน่ายสุราตรา "พญานาค" เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมดื่มเครื่องดื่มสุราแช่สมุนไพรไทย

 

พ.ศ. 2561

กันยายน
ไทยเบฟได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนี แห่งความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประจำปี 2561 ในกลุ่มอุตสาหกรรม Beverages ประเภท DJSI World และ Emerging Markets โดยมีคะแนนความยั่งยืนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก และได้รับการยอมรับเป็น Industry Leader

 

พ.ศ. 2560

กุมภาพันธ์
เปิดตัวเบียร์ "เฟเดอร์บรอย" โฉมใหม่ซึ่งมีจุดเด่นของวัตถุดิบ German Single Malt นับเป็นเบียร์ยี่ห้อแรกและยี่ห้อเดียวในประเทศไทย ที่ใช้มอลต์คุณภาพจากแหล่งผลิตเดียวจากประเทศเยอรมนี และมีบรรจุภัณฑ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะ Bauhaus (เบาเฮาส์) ของเยอรมัน

มีนาคม
เปิดตัวน้ำแร่ธรรมชาติ "ช้าง" ในบรรจุภัณฑ์ขวดสีเขียวมรกตสะดุดตา ใช้แหล่งน้ำจากชั้นหินให้น้ำธรรมชาติจ.พระนครศรีอยุธยา ด้วยระบบการกรองแบบ 3 ชั้นและได้รับการรับรองคุณภาพจาก NSF สถาบันรับรองความปลอดภัยการผลิตอาหารและน้ำดื่มจากประเทศสหรัฐอเมริกา

เปิดสายการผลิตน้ำดื่มคริสตัลที่โรงงานนทีชัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแถบภาคใต้ หลังจากเปิดสายการผลิตที่โรงงานแก่นขวัญ จังหวัดขอนแก่น เมื่อกลางปี 2559

พฤษภาคม
ขยายสายการผลิตและบรรจุด้วยเทคโนโลยีปลอดเชื้อขั้นสูง Cold Aseptic Filling (CAF4) ณ โรงงานโออิชิ จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีจุดเด่นคือเทคโนโลยี "Blow - Aseptic Fill Block" ที่สร้างสรรค์รูปทรงผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย และผลิตขวด ได้หลายขนาด และใช้นวัตกรรมหุ่นยนต์เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ และลดต้นทุนในการบริหารจัดการในกระบวนการผลิต

กันยายน
ไทยเบฟได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีแห่งความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices(DJSI) ประจำปี 2560 ประเภท D.JSI World และEmerging Markets

ตุลาคม
เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 76 ของบริษัท สะไปซ์ ออฟ เอเชีย จำกัดซึ่งเป็นบริษัทผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารไทยหลากหลาย และฮอตพอทสไตล์ไทย เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 75 ของบริษัท เมียนมาร์ ชัพพลายเชนแอนด์ มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิสเชส คอมพานี ลิมิเต็ด และเมียนมาร์ ดิสทิลเลอรี่ คอมพานี ลิมิเด็ด ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดวิสกี้ของประเทศเมียนมาร์

พฤศจิกายน
เปิดตัว "รวงข้าว ซิลเวอร์" รุกตลาดสุราขาวระดับบน โดยใช้วัตถุดิบและกรรมวิธีการผลิตเทียบเท่าการผลิตสุราในต่างประเทศ ผนวกกับการควบคุมคุณภาพมาตรฐานระดับสากล และบรรจุภัณฑ์ที่มีภาพลักษณ์ทันสมัย

ปรับบรรจุภัณฑ์ "เบลนด์ 285" และ "เบลนด์ 285 ซิกเนเจอร์" โฉมใหม่ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของตราสินค้าให้เทียบเท่าสุราต่างประเทศระดับบนและโดนใจผู้บริโภคมากขึ้น

ธันวาคม
เสร็จสิ้นการซื้อธุรกิจแฟรนไชส์เคเอฟชีจำนวน 252 สาขาในประเทศไทยจากบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

 

พ.ศ. 2559

เมษายน
บริษัท ฟู้ด ออฟ เอเชีย จำกัดซึ่งเป็นบริษัทย่อยของไทยเบฟได้ร่วมทุนกับบริษัท เม่ย-ชิน (อินเตอร์เนชั่นแนล) ลิมิเต็ด ในสัดส่วน 70 ต่อ 30 จัดตั้งบริษัท แม๊กซ์ เอเชีย จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเบเกอรี่ในประเทศไทย

กรกฎาคม
ไทยเบฟได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการประชารัฐ ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับจังหวัดและระดับชาติ

กันยายน
ไทยเบฟได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีแห่งความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices(DJSI) ประจำปี 2559 ประเภท DJSI Emerging Markets

เปิดตัวโชดา "ร็อค เมาเท็น" ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยี โคลด์ อินฟิวชั่น ใช้กระบวนการผลิต ณ อุณหภูมิที่เย็นกว่า เพื่อคงความซ่าของน้ำโชดา

 

พ.ศ. 2558

มกราคม
บริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ โฮลด้ิงส์ เบอร์ฮาด ลงนามต่อสัญญาลิขสิทธิ์ กับบริษัทเนสท์เล่ เอสเอ เพื่อเป็น ผู้ผลิตและจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ ภายใต้ตราสินค้าคาร์เนชั่น ตราหมี ตราหมีโกลด์ ไอดีลมิลค์ และ มิลค์เมด ในอาเซียนจนถึงปี 2580

กุมภาพันธ์
เปิดตัว "100พลัส" นวัตกรรม เครื่องดื่มอัดลมเพื่อสุขภาพ ในประเทศไทย พร้อมคุณค่าแร่ธาตุ และเกลือแร่ 6 ชนิด ช่วยเติมคุณค่า กลับคืนสู่ร่างกาย เปิดตัวด้วย 2 รสชาติ คือ รสซิตรัสและรสเลมอนไลม์

มีนาคม
เปิดตัว “จับใจ” เครื่องดื่มสมุนไพร สูตรจับเลี้ยงผสมชาที่ใช้ส่วนประกอบ สมุนไพรแท้ถึง 10 ชนิด วางจําหน่าย ในราคาที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย

สิงหาคม
เบียร์ช้างฉลองครบรอบ 20 ปี ด้วยการเปิดตัว “เบียร์ช้างคลาสสิก” ในบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ ภายใต้ขวดสีเขียวมรกตและฉลากสีทองแชมเปญ ที่สะท้อนถึงความมีระดับและทันสมัย ผ่านการผลิตภายใต้มาตรฐานสากล ซ่ึงได้รับรางวัลระดับโลก เพื่อตอบสนอง ต่อความช่ืนชอบของผู้บริโภคในปัจจุบัน

ตุลาคม
“ช้าง” ลงนามสนับสนุนทีมสโมสรฟุตบอล บาร์เซโลนาต่อเนื่องอีก 3 ปี นับเป็นความ ภาคภูมิใจของเครื่องดื่มไทยที่ได้เป็นผู้สนับสนุน ทีมสโมสรบาร์เซโลนาอย่างเป็นทางการ ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

 

พ.ศ. 2557

กรกฎาคม
โออิชิเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ "ชาบูชิ" (Shabushi By OISHI) ในต่างประเทศเป็นสาขาแรก ณ ย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า และเปิดสาขาที่สอง ณ มัณฑะเลย์ ในเดือนตุลาคม 2557

ตุลาคม
เอสรุกตลาดน้ำอัดลมเป็นปีที่ 2 โดยเปลี่ยนโฉมโลโก้และบรรจุภัณฑ์เตรียมความพร้อมสู่ตลาดสากล

พฤศจิกายน
ประกาศวิสัยทัศน์ 2020 ซึ่งเป็นแผนในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทในอีก 6 ปีข้างหน้า ประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก 5 ประการ ได้แก่ การเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ความหลากหลายของตลาดและผลิตภัณฑ์ ตราสินค้าที่โดนใจ การขายและการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง และความเป็นมืออาชีพ

โออิชิเปิดครัวกลางแห่งใหม่ ณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือว่าเป็นครัวกลางอาหารที่ใหญ่ที่สุดในไทยและมีความทันสมัยระดับโลก เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าเสริมความสามารถในการแช่งขันของกลุ่มธุรกิจอาหาร

 

พ.ศ. 2556

กุมภาพันธ์
การเข้าซื้อหุ้นใน F&N เสร็จสิ้น โดยไทยเบฟถือหุ้นประมาณร้อยละ 28.6 นับเป็นการขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศเพื่อก้าวขึ้นเป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มระดับภูมิภาค

มีนาคม
เสริมสุขเปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลัง แรงเยอร์ สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ เพิ่มสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเสริมสุขห้มีความหลากหลายมากขึ้น

เมษายน
ก่อตั้งบริษัท ซี เอ ซี จำกัด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างพื้นฐานความเป็นเลิศและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านธุรกิจ ศิลปะ และวัฒนธรรมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

มิถุนายน
โออิชิรุกขยายตลาดส่งออก ประกาศความร่วมมือกับ F&N จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ กรีนที ผ่านช่องทางร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นในประเทศมาเลเซีย

สิงหาคม
เปิดตัวระบบการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ณ ศูนย์กระจายสินค้า จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งช่วยลำเลียงสินค้าสู่ภาคใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ถือเป็นบริษัทเครื่องดื่มรายแรกของไทยที่ใช้ระบบการขนส่งทางรถไฟเต็มขบวน

กันยายน
ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งพระครุฑพ่าห์

พฤศจิกายน
โออิชิเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ชาเขียว มัทฉะ ลาเต้เครื่องดื่มชาเขียวแท้ผสมนมระดับพรีเมี่ยมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม

 

พ.ศ. 2555

กุมภาพันธ์
เข้าทําสัญญาสปอนเซอร์กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด ของประเทศสเปน เพื่อทําการประชาสัมพันธ์สินค้า ภายใต้เครื่องหมายการค้า "ช้าง" เป็นเวลา 3 ปี

เมษายน
โออิชิในฐานะผู้นําในธุรกิจอาหารญี่ปุ่น ได้ขยายสายผลิตภัณฑ์สู่ธุรกิจขนมขบเคี้ยว โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์สาหร่ายทอดกรอบ ภายใต้ตราสินค้า "โอโนริ" เป็นอันดับแรก เพื่อเสริมศักยภาพและสร้างความหลากหลายของสินค้าให้ครอบคลุมทุกสายผลิตภัณฑ์ในธุรกิจอาหาร

สิงหาคม
เข้าซื้อหุ้นในเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ, ลิมิเต็ด ("F&N") ผู้ผลิตและจัดจําหน่ายเครื่องดื่ม อสังหาริมทรัพย์และสิ่งพิมพ์ชั้นนําของสิงคโปร์ ส่งผลให้ F&N เข้าเป็นบริษัทร่วมของไทยเบฟ

กันยายน
โออิชิยํ้าภาพผู้นํานวัตกรรม ร่วมมือกับเสริมสุขออกผลิตภัณฑ์ โออิชิ กรีนที ขวดแก้ว วางจําหน่ายในร้านอาหารและร้านค้าทั่วไปในเครือข่ายเสริมสุข

ตุลาคม
บริษัท เบียร์ไทย (1991) จํากัด (มหาชน) เริ่มโครงการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงหม้อไอนํ้า จากนํ้ามันเตาเป็นเชื้อเพลิงแข็ง เพื่อประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

พฤศจิกายน
เสริมสุขเปิดตัวเครื่องดื่มเอส โคล่า เจาะตลาดนํ้าอัดลมในทุกช่องทางการจําหน่าย ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

 

พ.ศ. 2554

มกราคม
"เสริมสร้างความแข็งแกร่งของวัฒนธรรมองค์กรภายใต้โครงการ "ThaiBev Core Values" เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและสร้างความผูกพันกับพนักงาน

กุมภาพันธ์
โออิชิเริ่มสายการผลิตใหม่ ด้วยเทคโนโลยี การบรรจุเย็นแบบปลอดเชื้อ (Cold Aseptic Filling) ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการผลิตเครื่องดื่ม ไม่มีแอลกอฮอล์ได้หลากหลายชนิดมากขึ้น อีกทั้งช่วยประหยัดต้นทุนในการผลิต

เมษายน
โออิชิตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดชาเขียวในประเทศไทยด้วยการเปิดตัว "โออิชิ ฟรุตโตะ" เครื่องดื่มชาเขียวญี่ปุ่น ผสมน้ำผลไม้ระดับพรีเมี่ยมสไตล์ญี่ปุ่น เต็มรสชาติจากชาเขียวและกลิ่นผลไม้สดชื่น

มิถุนายน
โออิชิเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชาเชียวซ่า ใหม่ล่าสุดครั้งแรกในประเทศไทย "โออิชิ ชาคูลล์ซ่า" ขยายไลน์สินค้าของโออิชิ เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคน้ำอัดลม ที่มองหาเครื่องดื่มทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งกว่า ด้วยการผสานคุณประโยชน์จากชาเขียวธรรมชาติและความสดชื่นแบบน้ำอัดลมอย่างลงตัว

สิงหาคม
ลงทุนเพิ่มในโรงงานสุราบัลแบลร์ เพื่อขยายกำลังการผลิตมอลต์วิสกี้ โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพและ กระบวนการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติเพื่อตอบสนองต่อความต้องการมอลต์วิสกี้ ที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเปิดตัวโซดาช้างกลิ่นใหม่ บลูเมจิกโทนิกโซดาสำหรับผสมกับเครื่องดื่มสุรา

ตุลาคม
เข้าซื้อหุ้นบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) จำนวนร้อยละ 64.66 ซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่าย เครื่องดื่มในประเทศไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์เบียร์ใหม่ภายใต้ชื่อ "ช้างเอกซ์พอร์ต" โดยมีเป้าหมาย เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบเบียร์รสนุ่มดื่มง่าย ลื่นคอ ช้างเอกซ์พอร์ต ผลิตจากมอลท์ชั้นดี 100% และมีปริมาณแอลกอฮอล์ 5% ABV

ธันวาคม
ปรับโฉมวิสกี้โอลด์พัทนีย์และออกบรรจุภัณฑ์ใหม่เนื่องในโอกาส ที่โอลด์พัทนีย์ได้รับรางวัล "2012 World Whisky of the Year Award" จาก "Jim Murray's Whisky Bible"

 

พ.ศ. 2552

กันยายน
"ไทยเบฟ" ยักษ์ใหญ่ตลาดเบียร์ ปรับโฉม "เบียร์ช้าง" สู่ภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย พร้อมทั้งสร้างคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนของเบียร์ช้างแต่ละชนิดให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้บริโภค ด้วยแคมเปญการสื่อสารภายใต้แนวคิด "คนไทยหัวใจเดียวกัน"

พฤศจิกายน
เข้าซื้อเงินลงทุนใน Yunnan Yulinquan Liquor Co., Ltd. ซึ่งมีกิจการโรงงานผลิตสุราขาวในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

ธันวาคม
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ "เมอริเดียน" บรั่นดีคุณภาพเกรด V.S.O.P. ที่ผ่านการหมักบ่มอย่างพิถีพิถัน

 

พ.ศ. 2553

พฤษภาคม
ศูนย์กระจายสินค้าแห่งแรกของบริษัทในจังหวัดนครราชสีมาเริ่มเปิดดำเนินการ และในเดือนมิถุนายน และเดือนสิงหาคม ศูนย์กระจายสินค้าจังหวัดชลบุรี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มเปิดดำเนินการ ตามลำดับ

พฤศจิกายน
โซดาช้างออกนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ คือ โซดาช้างกลิ่นบิทเทอร์ไลม์เลมอน และ โซดาช้างกลิ่นแอปเปิ้ลมิ้นต์

 

พ.ศ. 2546

มีการรวมตัวของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง 58 บริษัท เป็น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ด้วยทุนจดทะเบียน 20,000 ล้านบาทในเดือนตุลาคม พ.ศ.2546 ต่อมามีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 22,000 ล้านบาทในเดือนธันวาคม

ปัจจุบัน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยบริษัทย่อยจำนวน 63 บริษัท ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นสุราและเบียร์จากต่างประเทศ และมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ การผนึกกำลังการผลิตและการจัดจำหน่ายที่มั่นคง รวมทั้งมีธุรกิจในเครือที่เกี่ยวเนื่องรองรับได้อย่างครบวงจร จึงเป็นกลไกสำคัญที่สร้างเสริมขีดความสามารถในการผลิตสุราและเบียร์ที่มีคุณภาพทัดเทียมกับสุราและเบียร์ระดับโลก ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าทำให้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำแห่งธุรกิจแอลกอฮอล์ของไทย ซึ่งพร้อมที่จะก้าวต่อไปสู่การเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลก

 

พ.ศ.2547

ความสำเร็จของ เบียร์ช้าง ทำให้บริษัทฯ สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เบียร์ในประเทศไทย และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขยายตลาด ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2547 จึงได้เปิดตัว เบียร์อาชา ออกสู่ตลาดเพื่อสนองความต้องการของนักดื่มเบียร์รุ่นใหม่ ที่ต้องการเบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ต่ำลง ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังผลิตแอลกอฮอล์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมผ่านทาง บมจ.ไทยแอลกอฮอล์ โดยผลิตเอทานอลเพื่อนำไปผสมกับน้ำมันเบนซินออกเทน 91 เพื่อผลิตเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ โดยบริษัทฯ ผลิตเอทานอลออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2547 เพื่อรองรับความต้องการและตอบสนองนโยบายของรัฐบาล

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นอกจากจะเป็นผู้นำแห่งธุรกิจแอลกอฮอล์ที่มีศักยภาพสูงสุดของไทยแล้ว บริษัทฯ ยังยึดมั่น ในการมีบทบาท และส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมทุกระดับชั้นอย่างเหนียวแน่น เพื่อช่วยสร้างสรรค์ให้สังคมไทยให้มีคุณค่า

 

พ.ศ.2549

ประสบความสำเร็จในการนำหุ้นของบมจ.ไทยเบฟเวอเรจ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

เข้าซื้อโรงงานสุราจากบริษัท สินสุรางค์การสุรา จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตสุราตราเสือขาว และเข้าซื้อบริษัท Pacific Spirits (UK) Limited ซึ่งมีกิจการโรงกลั่นสุรา Inver House Distillers ในประเทศสก็อตแลนด์ และเข้าซื้อบริษัท Best Spirits Companylimite

 

พ.ศ.2550

เข้าซื้อบริษัท ประมวลผล จำกัด และบริษัท เอส.พี.เอ็มอาหารและเครื่องดื่ม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตสุราตราหมีขาวและสินค้าอื่นๆ

เปิดตัวเบียร์ใหม่ในนาม เฟดเดอร์บรอย นับเป็นเบียร์ยี่ห้อเดียวในประเทศไทยที่ผลิตภายใต้มาตรฐาน German Purity Law ซึ่งเน้นคุณภาพของวัตถุดิบและการผลิตทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ พร้อมทั้งฝีมือในการหมักบ่มอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวภายใต้ขวดสีเขียว และโลโก้รูปขนนกสีแดง อันสะท้อนถึงความเบาของเบียร์ที่ดื่มได้ทุกโอกาส

เฟดเดอร์บรอย จะเป็นเบียร์ที่มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 22-35 ปี ที่มีความมั่นใจ รักอิสระ ชอบความสนุกอย่างมีสาระ รักความท้าทาย มองหาสิ่งใหม่ๆ มาเติมเต็มชีวิต และมีไลฟ์สไตล์อย่างมีระดับในแบบของตัวเอง ซึ่งนอกจากจะเป็นเบียร์ที่ให้รสชาติแบบเยอรมันแท้แล้วยังมีปริมาณแอลกอฮอล์เพียง 4.7 เปอร์เซ็นต์

 

พ.ศ.2551

ได้เข้าซื้อกิจการเครื่องดื่มชูกำลัง และกาแฟพร้อมดื่ม จากบริษัท เครื่องดื่มแรงเยอร์ จำกัด

บริษัทได้เข้าซื้อหุ้น ในบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และจำหน่ายหุ้นทั้งหมดใน บริษัท ไทยแอลกอฮอล์ จำกัด (มหาชน)

 

พ.ศ. 2543

สัมปทานโรงงานสุราสิ้นสุดลงในปี พ.ศ.2542 และรัฐมีนโยบายเปิดเสรีการค้าสุรา บริษัท สุราบางยี่ขัน จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูลซื้อโรงงานสุราบางยี่ขัน จังหวัดปทุมธานี และบริษัทในเครืออีก 11 บริษัท ชนะการประมูลซื้อโรงงานสุราของกรมสรรพสามิต 11 โรงงาน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

โดยบริษัทในเครือจึงมีโรงงานสุราที่ซื้อจากรัฐบาลทั้งหมด 12 โรงงาน และเริ่มดำเนินกิจการตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 เป็นต้นมา

 

พ.ศ. 2542

เพื่อสนองตอบความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีการก่อสรัางโรงงานเบียร์ที่อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชรในปีพ.ศ. 2542 โรงงานเบียร์ จังหวัดกำแพงเพชร ทำให้การขนส่งเบียร์ช้างไปยังภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือสะดวกรวดเร็วขึ้น

โรงงานเบียร์ ณ จังหวัดกำแพงเพชร เริ่มก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2542 มีอาณาบริเวณ 1,600 ไร่ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 32 เดือน ด้วยเงินลงทุน 9,000 ล้านบาท เริ่มการผลิตเบียร์ช้างครั้งแรกในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2544 และเบียร์ช้างขวดแรกที่ผลิตจากโรงงานเบียร์ จังหวัดกำแพงเพชร เสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542

 

พ.ศ. 2541

ความโดดเด่นของรสชาติเบียร์ช้างสร้างเกียรติภูมิให้กับประเทศเมื่อประสบความสำเร็จระดับโลก ได้รับคัดเลือกให้เป็น เบียร์เหรียญทอง จากการประกวดเบียร์นานาชาติที่ประเทศออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2541 ประเภทเบียร์ลาเกอร์ ไม่จำกัดดีกรี นับจากนั้นมา เบียร์ช้าง ก็ยิ่งได้รับการตอบรับมากขึ้นจากผู้บริโภคทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ จนกลายเป็นเบียร์ยอดนิยมที่ครองใจนักดื่ม

 

พ.ศ. 2534

รัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมเบียร์ในปี พ.ศ. 2534 จึงมีผู้ขอตั้งโรงงานเบียร์หลายราย เบียร์ช้าง เป็นเบียร์ไทยยี่ห้อเดียวที่ใช้พยัญชนะไทยในฉลากเบียร์อย่างภาคภูมิในความเป็นไทยออกสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2538

เบียร์ช้าง ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารที่ต้องการขยายตลาดเบียร์รสชาติคนไทยที่มีคุณภาพระดับสากล เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิต และฝีมือของคนไทย

 

พ.ศ. 2537

4 เมษายน พ.ศ. 2537 เบียร์ช้างขวดแรกผลิตเสร็จสมบูรณ์จากโรงงานผลิตเบียร์ที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงงานที่ร่วมก่อสร้างโดย บริษัท DANBREW A/S บริษัทก่อสร้างโรงงานเบียร์ชั้นนำของประเทศเดนมาร์ก

เบียร์ช้าง ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารที่ต้องการขยายตลาดเบียร์รสชาติคนไทยที่มีคุณภาพระดับสากล เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิต และฝีมือของคนไทย

 

พ.ศ. 2538

เบียร์ช้าง วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2538 และได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวาง ด้วยรสชาติที่ถูกคอ และระดับราคาที่เหมาะสม ผลตอบรับและความสำเร็จของ เบียร์ช้าง เป็นการเปิดยุคใหม่ และพลิกโฉมหน้าวงการเบียร์ไทยครั้งสำคัญ

 

พ.ศ. 2525

แสงโสม ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดสุรา ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ในปี พ.ศ. 2525 และ 2526 และชนะรางวัลการประกวดสุรา ณ เมืองดุซเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี ในปี พ.ศ. 2526 จึงเป็นที่รู้จักและเรียกขานในหมู่นักดื่มทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศว่า "แสงโสมเหรียญทอง" มาจนปัจจุบัน

 

พ.ศ. 2520

แสงโสม ขวดแรก ถือกำเนิดในปี พ.ศ.2520 โดยฝีมือการปรุงของ นายจุล กาญจนลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญการปรุงสุรามือหนึ่งของเมืองไทย จาก โรงงานสุราแสงโสม จังหวัดนครปฐม ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดบริษัท แสงโสม จำกัด

แสงโสมเป็นสุราประเภทรัม (Rum) มีกระบวนการผลิตที่เป็นกรรมวิธีเฉพาะตัว ทำให้ได้สุราคุณภาพจากการหมัก กลั่น และเก็บบ่มแอลกอฮอล์ในถังไม้โอ๊คนาน 3 ปี, 5 ปี และ 10 ปี จึงได้แอลกอฮอล์คุณภาพเยี่ยม เพื่อนำมาปรุงแต่งรสด้วยหัวเชื้อพิเศษที่ปรุงขึ้นจากส่วนผสมของเครื่องเทศและสมุนไพรนับร้อยชนิด อันเป็นสูตรลับเฉพาะของแสงโสม

 

พ.ศ. 2484

แม่โขง ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2484 ในช่วงพัฒนาอุตสาหกรรมสุรา โดยกรมสรรพสามิตผู้รับผิดชอบโรงงานสุราบางยี่ขันในสมัยนั้น นอกเหนือจากสุราแม่โขง ที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายแล้ว ยังมีการริเริ่มผลิตสุราปรุงพิเศษชนิดอื่นออกมาจำหน่ายในช่วงระยะเดียวกันนี้ด้วย เพื่อให้นักดื่มไทยได้ดื่มแทนวิสกี้จากต่างประเทศซึ่งช่วยประหยัด และสงวนเงินตราต่างประเทศได้อย่างมาก สุราปรุงพิเศษ 2 ยี่ห้อที่ผลิตออกมาในครั้งนั้นคือ สุรา ว.ก. (เรียกแทนวิสกี้) และ สุรา บ.ด. (เรียกแทนบรั่นดี)ต่อมาโรงงานสุราบางยี่ขันได้ถูกโอนไปสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สุราแม่โขงภายใต้การดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม มีพัฒนาการไปในทุกด้าน ทั้งรูปแบบและรสชาติ จนครองใจนักดื่มชาวไทยในขณะนั้นได้อย่างสมบูรณ์
 

พ.ศ. 2502

ในปี พ.ศ. 2502 รัฐบาลมีนโยบายให้เอกชนเช่าสัมปทานการผลิต และจำหน่ายสุราที่ผลิตจากโรงงานสุราบางยี่ขัน และโรงงานสุราอื่นๆ ของรัฐบาลครั้งละ 10 ปี ในระหว่างนั้นความนิยมสุราแม่โขงได้เพิ่มมากขึ้น รัฐจึงให้สัมปทานใหม่ (พ.ศ.2522-2542) แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ และให้สร้างโรงงานสุราใหม่อีกโรงงานหนึ่งที่จังหวัดปทุมธานีเมื่อ พ.ศ.2525 ส่วนกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ซึ่งมีโรงงานสุรา 32 แห่งทั่วประเทศ ได้ทำการปรับปรุงอุตสาหกรรมสุราในสังกัดของตนเอง โดยยกเลิกโรงงานเหล่านั้นทั้งหมดซึ่งมีสภาพเก่าและอยู่ในชุมชน จึงยุบโรงงานสุราดังกล่าว โดยให้เปิดประมูลสัมปทาน และสร้างโรงงานใหม่เพื่อผลิตและจำหน่ายสุราจำนวน 12 โรงงาน ใน 12 เขตพื้นที่

 

พ.ศ. 2470

ยุคสมัยใหม่ของอุตสาหกรรมสุราในประเทศไทย เริ่มต้นอย่างจริงจังนับแต่ พ.ศ. 2470 เป็นต้นมา เมื่อรัฐบาลเข้าดำเนินการโรงงานสุราเอง ผ่านกระทรวง อุตสาหกรรม และกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิตในฐานะผู้รับผิดชอบโรงงานสุราบางยี่ขันในสมัยนั้น มีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรม สุราไปอย่างก้าวหน้า มีการผลิตสุราชนิดต่างๆให้ได้คุณภาพ และมีมาตรฐานสูงขึ้น จากเดิมที่มีเพียงสุราขาว และยังได้ริเริ่มผลิตสุราผสม โดยใช้เครื่องสมุนไพร ตามเภสัชตำรับของยาดองเหล้าที่มีมาแต่โบราณ นำมาสกัดโดยแช่ในสุราดีกรีสูง เพื่อทำเป็นน้ำเชื้อแล้วนำมาปรุงแต่งรส กลิ่น สี และแรงแอลกอฮอล์ตามกรรมวิธี เพื่อสนองความต้องการของประชาชนที่นิยมดื่มยาดองเหล้าแทนสุราขาว จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

 

พ.ศ. 2329

อุตสาหกรรมสุราของไทยมีกำเนิดมาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา และได้ถูกจารึกไว้ควบคู่กับ ตำนานการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงต้มกลั่นสุราแห่งแรกขึ้น ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองบางยี่ขัน เพื่อหารายได้เข้าท้องพระคลัง เมื่อ พ.ศ. 2329 หลังสถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานีเพียง 4 ปี ชาวบ้านเรียกชื่อโรงงานแห่งนั้นตามชื่อคลองว่า "โรงงานสุราบางยี่ขัน" ในยุคแรกมีเพียงการต้มกลั่นสุราขาว หรือเหล้าโรง โดยนายอากรจีนเป็นผู้ผลิตจำหน่าย และนำเงินส่งเข้าหลวงตามที่ตกลงกัน

ประวัติ

ไทยเบฟเข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 โดยถือเป็นการจดทะเบียนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศสิงคโปร์ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในการซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกกว่า 160,000 ล้านบาท และเป็น ที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่อีก 12 ปี ให้หลัง ไทยเบฟสามารถก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 10 บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ โดยที่มูลค่าหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในส่วนของผลประกอบการด้านฐานะทางการเงินของบริษัทนั้น ในช่วงเริ่มต้นไทยเบฟดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับ การผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในประเทศไทยเป็นหลัก

ใน พ.ศ. 2549 ไทยเบฟ มีรายได้รวมประมาณ 98,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการจะก้าวสู่การเป็นกลุ่มบริษัท ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มครบวงจรระดับภูมิภาค ไทยเบฟได้ดำเนินการขยายกิจการจากธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันได้แก่ สุราและเบียร์ เข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ผ่านการซื้อกิจการโออิชิ บริษัทเครื่องดื่ม ชาเขียวอันดับหนึ่งของประเทศไทย

ใน พ.ศ. 2551 เข้าซื้อเสริมสุข บริษัทเครื่องดื่มที่มีเครือข่ายกระจายสินค้าครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย

ใน พ.ศ. 2554 และ F&N ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มและสิ่งพิมพ์ชั้นนำ ของสิงคโปร์ที่มีชื่อเสียงยาวนานใน พ.ศ. 2555

ใน พ.ศ. 2560 ไทยเบฟได้ขยายการเติบโตของธุรกิจต่างประเทศ โดยเข้าซื้อกิจการเมียนมาร์ ซัพพลายเชน แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิสเซส คอมพานี ลิมิเต็ด และเมียนมาร์ ดิสทิลเลอรี่ คอมพานี ลิมิเต็ด (แกรนด์ รอยัล) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สุดในตลาดวิสกี้ของประเทศเมียนมา และเข้าซื้อหุ้นบริษัทไซ่ง่อน- เบียร์-แอลกอฮอล์-เบฟเวอเรจ จอยท์ สต็อก คอร์เปอเรชั่น (ซาเบโก้) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์รายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม

นอกจากนี้ยังได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน เคเอฟซี ซึ่งส่งผลให้รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด กว่าสองเท่าจากประมาณ 98,000 ล้านบาท ใน พ.ศ. 2549 เป็น มากกว่า 200,000 ล้านบาท

ใน พ.ศ. 2560 จากสี่สายธุรกิจ อันประกอบด้วย สุรา เบียร์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหาร โดยมิได้พึ่งพารายได้จากธุรกิจภายในประเทศแต่เพียงอย่างเดียว

จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิ จากการดำเนินธุรกิจของไทยเบฟเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า จากประมาณ 10,000 ล้านบาท ใน พ.ศ. 2549 เป็นกว่า 26,000 ล้านบาท ใน พ.ศ. 2560 สำหรับในส่วนของเงินปันผลของผู้ถือหุ้นนั้น ไทยเบฟมีการจ่าย เงินปันผลอย่างสม่ำเสมอนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สิงคโปร์ โดยอัตราเงินปันผลจ่ายเพิ่มขึ้นจาก 0.22 บาทต่อหุ้น ใน พ.ศ. 2549 เป็น 0.67 บาทต่อหุ้น ใน พ.ศ. 2560 นับเป็น การสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นอกจากนี้ไทยเบฟปฏิบัติหน้าที่การเป็นบริษัทเอกชนที่ดีในการชำระภาษี ให้แก่ภาครัฐ โดยไทยเบฟชำระภาษีกว่าร้อยละ 4 ของรายได้ภาษี ที่จัดเก็บทั้งหมดโดยภาครัฐ

สงวนลิขสิทธิ์ © 2561 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
อ้างอิงจาก : http://15years.thaibev.com/home/base.php
อัปเดต: https://www.thaibev.com/th08/aboutus.aspx?sublv1gID=132

ข้อมูล ณ วันที่ 31/12/2564
 
Thai Beverage Public Company Limited
กลุ่มผลิตภัณฑ์

รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข่าวและกิจกรรม
เอกสารเผยแพร่
 
 
 
  Social Network