สาส์นจากประธานกรรมการ
นับตั้งแต่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 บริษัทได้เริ่มวางแผนเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เพื่อแข่งขันเยี่ยงมืออาชีพยิ่งขึ้นทั้งในและนอกประเทศ คณะกรรมการบริษัทมีความมุ่งหมายว่าเมื่อใดที่เราจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน เราจะมีธรรมาภิบาลและความเป็นมืออาชีพอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าโครงการภายในบริษัทเหล่านี้จะมิได้มีการรายงานอย่างละเอียดก่อนหน้านี้ เราเชื่อว่าการปรับปรุงโครงสร้างทรัพยากรบุคคลให้มีความรับผิดชอบในทุกระดับของการจัดการจะช่วยให้เราสามารถใช้บรรดายุทธศาสตร์ต่างๆ ที่เราได้ประกาศไว้เมื่อครั้งจดทะเบียนบริษัท ดังนั้นผมใคร่ขอเล่าเรื่องยุทธศาสตร์เหล่านี้ อันจะมีผลสำคัญยิ่งต่ออนาคตของเรา
ทิศทางเชิงกลยุทธ์
กลยุทธ์สำคัญประการหนึ่งของเราก็คือการพัฒนาตลาดในท้องถิ่นและรักษาความเป็นผู้นำโดยบริหารจัดการสินค้าต่างๆ ของบริษัทในตลาด (marketing mix) ตลอดจนการตั้งราคาสินค้ายี่ห้อต่างๆและเพื่อช่วยให้เราสามารถนำเสนอเครื่องดื่มประเภทสุรา ณ ทุกระดับราคา บริษัทจึงเข้าซื้อกิจการเหล้าขาวตราเสือขาวและหมีขาวเพื่อช่วยขยายโอกาสขายสุราราคาประหยัดและแข่งขันกับเหล้าโรงของชุมชนและสุรากลั่นเอง ดังนั้นในขณะนี้บริษัทจึงสามารถแข่งขันได้ในทุกระดับราคา
เรายังคงดำเนินนโยบายของสินค้าพรีเมี่ยม (premiumisation) โดยการส่งสินค้าที่ให้ผลกำไรสูงขึ้นเข้าไปอยู่ในกลุ่มสินค้าราคามาตรฐานและราคาสูง ไม่ว่าจะเป็นสุราหรือเบียร์ก็ตาม เพื่อช่วยให้เรามีผลกำไรสูงขึ้นและรองรับลูกค้าที่จะมีรสนิยมสูงขึ้นเมื่อสภาพเศรษฐกิจดีขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเรายังคงลงทุนในสินค้าแบรนด์ต่างๆ ผ่านวิธีการสื่อสารการตลาดและแนวนโยบายสินค้าพรีเมี่ยม ตัวอย่างที่ดีก็คือกล่องของขวัญสำหรับผลิตภัณฑ์สุรา เช่น แสงโสม และแม่โขง นอกจากนี้เรายังเปิดตัวเบียร์ชนิดใหม่ๆ สู่ตลาดไทย ได้แก่ เบียร์ช้างไลท์และช้างดร๊าฟท์บรรจุขวด ซึ่งขายดีกว่าคู่แข่งจากต่างประเทศบางรายที่เริ่มขายเบียร์ในประเทศไทยเป็นเวลาหลายปีก่อนหน้านั้นเสียอีก
จุดแข็งของบริษัทคือการมีเครือข่ายจัดจำหน่ายที่ดีเยี่ยมครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งเราจะต้องใช้ประโยชน์จากข้อดีนี้ในการแข่งขัน โดยพัฒนาเครือข่ายของเราให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ในการนี้บริษัทเริ่มงานก่อสร้างศูนย์จัดจำหน่ายถึง 5 ภูมิภาคเมื่อเดือนสิงหาคม 2550 และโดยการประยุกต์ซอฟต์แวร์วางแผน (SAP enterprise resource planning software) ทั่วทั้งกลุ่มบริษัท เราก็คาดว่าจะสามารถพยากรณ์ปริมาณสินค้าคงคลังของผู้จัดจำหน่ายของเรา เพื่อให้แน่ใจว่ามีการจัดส่งสินค้าผ่านเครือข่ายของเราอย่าง
มีประสิทธิภาพสูงสุด
กลยุทธ์การขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
นอกจากนี้เรายังเริ่มตระเตรียมการขยายสู่ตลาดต่างประเทศในเชิงกลยุทธ์ ขณะนี้เราส่งสินค้าไปขายยัง 80 ประเทศทั่วโลก ผมมีความยินดีที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่าการเข้าซื้อกิจการบริษัท Inver Houseเมื่อเดือนตุลาคม 2549 ขณะนี้เริ่มเห็นผลแล้ว เช่น การที่เราสามารถใช้สำนักงานใหญ่ของบริษัทดังกล่าวที่เมือง Airdrie เป็นฐานปฏิบัติการทั่วสหราชอาณาจักรได้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมากรวมทั้งการจัดจำหน่ายเบียร์ช้างในประเทศออสเตรเลียก็ได้อาศัยเครือข่ายของบริษัทดังกล่าว ในรายงานประจำปีฉบับนี้เราจะเล่าถึงยุทธศาสตร์ในต่างประเทศอย่างละเอียด อย่างไรก็ดี ขอกล่าว ณ ที่นี้แต่เพียงว่าบริษัทมีแผนส่งสินค้าพรี่เมี่ยมออกมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งแผนการเข้าซื้อกิจการซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับกิจการของเราทั้งนี้โดยจะยึดหลักการที่ว่าอัตราผลตอบแทนการลงทุนจะมีระดับที่เหมาะสม ทั้งนี้ในฐานะบริษัทมหาชนเรามิได้เข้าครอบงำกิจการในต่างประเทศในปีที่ผ่านมา แต่มุ่งเน้นภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรมและลูกค้าหลายประการ ภูมิภาคเอเชียจึงเป็นที่น่าสนใจสำหรับเราในระยะแรกเริ่มนี้ ซึ่งเราได้เบิกทางเข้าสู่ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียบ้างแล้ว แต่ตลาดที่สำคัญๆ เช่นประเทศจีนและอินเดียนั้นจะมองข้ามไม่ได้ เนื่องจากตลาดเหล่านี้มีการเติบโตที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
สำหรับในยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลียนั้น บริษัทได้เริ่มขายเบียร์ช้างในรูปแบบเบียร์ชั้นดี ในขณะที่เหล้ารัมแม่โขงนั้นเราวางตำแหน่งให้อยู่ระดับสูงของตลาดผู้บริโภค จึงจะเห็นได้ว่าเป็นการแสดงความมั่นใจในคุณภาพสินค้าของเรา เราคาดว่าจะเข้าสู่ตลาดยุโรปหลังจากได้วางเครือข่ายการจัดจำหน่ายแล้ว ซึ่งการวางขายในระยะแรกน่าจะผ่านภัตตาคารอาหารไทยและอาหารเอเชีย จากนั้นก็คงจะพยายามเจาะตลาดเครื่องดื่มสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
ปัจจัยภายในประเทศ
ท่านผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่คงทราบดีถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ซึ่งทำให้ทั่วทั้งประเทศตกอยู่ในสภาวะที่ขาดความชัดเจนเป็นเวลานานกว่า 1 ปีแล้ว เราหวังว่าหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนธันวาคม 2550 ปัญหาเหล่านี้ได้บรรเทาลงไปบ้างความอึมครึมดังกล่าวนำมาซึ่งภาวะเศรษฐกิจซบเซาซึ่งมีผลกระทบต่อกิจการของบริษัทรวมทั้งบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดว่าอัตราการเจริญเติบโตในปี 2551 จะอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 4.5 - 5.5) อย่างไรก็ดีการที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ณ สิ้นปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็น 119 (ข้อมูล: สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์) ก็น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี
เนื่องจากตลาดในประเทศยังคงมีส่วนถึงร้อยละ 96.4 ของยอดขายทั้งหมด ผมจึงใคร่เน้นยอดขายที่โตขึ้นถึงร้อยละ 2.8 ในปี 2550 เทียบกับปีก่อนหน้านั้น และยอดผลกำไรสุทธิร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน นี่คือความแข็งแกร่งของบริษัท แม้ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนัก นอกจากนี้อย่าลืมว่าช่วงปลายปี 2549 ถึงครึ่งปีแรกของ 2550 นั้น สถานการณ์น้ำท่วมในหลายภาคของประเทศส่งผลให้ตัวแทนจำหน่ายหลายรายไม่สามารถรับคำสั่งซื้อปริมาณมากในช่วงแห่งความต้องการสูงสุด แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังมีรายได้เพิ่มขึ้น
มีการขึ้นภาษีในประเทศถึง 2 ครั้งเมื่อเดือนสิงหาคม 2550 และเดือนมกราคม 2551 ครั้งแรกมีการเกริ่นมาเป็นเวลานานพอสมควร ดังนั้นบริษัทจึงเตรียมพร้อมรับการขึ้นภาษีดังกล่าว แต่สำหรับการขึ้นในครั้งที่ 2 ที่อัตราร้อยละ 1.5 นั้น รัฐบาลดำเนินการเพื่อจัดตั้งโทรทัศน์สาธารณะ ท่านผู้ถือหุ้นเองคงอยากทราบว่ามีทางคาดการณ์การขึ้นภาษีในอนาคตหรือไม่ คำตอบข้อนี้คงขึ้นกับนโยบายของรัฐบาลและเป้าการเก็บภาษี ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการคาดการณ์การขึ้นภาษีทำได้ยาก
การก้าวสู่ตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์
กลยุทธ์ประการหนึ่งที่มิได้กล่าวมาข้างต้นคือการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าสู่ตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ ข้อนี้เป็นนโยบายที่บริษัทตั้งใจจะดำเนินการ เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้สำรวจหาสินค้าอื่นๆ ที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้บริษัทซื้อกิจการเครื่องดื่มแรงเยอร์ ซึ่งเป็นการเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มให้พลังงาน ซึ่งมีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 3-4 ต่อปี ซึ่งก็อาศัยเครือข่ายการจัดจำหน่ายของเราได้อย่างดี และการก่อสร้างศูนย์จัดจำหน่ายทั้ง 5 แห่งที่กล่าวข้างต้นก็จะมีส่วนช่วยเพิ่มสินค้าของบริษัทได้เช่นเดียวกัน บริษัทจะยังคงพิจารณาเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้รวมทั้งเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์อย่างใกล้ชิด และจะแจ้งให้ท่านผู้ถือหุ้นทราบเกี่ยวกับการซื้อกิจการเมื่อใกล้ความเป็นจริง
พัฒนาการด้านองค์กร
ในปี 2551 นี้ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับพัฒนาการของตัวบริษัทเองถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ถือหุ้น เราต้องการปรับปรุงโครงสร้างการจัดการอย่างต่อเนื่องและสร้างทีมงานที่มีความคล่องตัวตลอดจนมีวิสัยทัศน์ เพราะการบริหารจัดการแบบมืออาชีพเป็นสิ่งที่จำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อยังความเติบโตให้กับบริษัท ทั้งยังเป็นการช่วยให้เราสามารถตอบสนองต่อตัวแทนจำหน่ายของเราได้ดีขึ้นโดยผ่านบริการแบบมืออาชีพยิ่งขึ้น
วิสัยทัศน์ของผมคือการทำให้ไทยเบฟเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน จึงขอให้ท่านผู้ถือหุ้นมั่นใจได้ว่าเราได้พิจารณากลยุทธ์ดังกล่าวอย่างถ้วนถี่และอยู่ในวิสัยที่จะสามารถดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผลได้ และนั่นย่อมหมายถึงการเติบโตของรายได้และผลกำไรนั่นเอง
ในส่วนของความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนนั้น เราต้องพยายามให้บรรลุเป้าหมายของการเป็นแบบอย่างแห่งความโปร่งใสและการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ท่านได้รับทราบแผนงานและความสำเร็จของบริษัทจากนี้ไป
ผมเชื่อว่าภายใน 5 ปีจากนี้ ไทยเบฟจะเป็นบริษัทที่ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งผมและคณะกรรมการบริษัทจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้มั่นใจว่าไม่เพียงแต่เราจะสามารถนำบริษัทบรรลุเป้าหมายเท่านั้นแต่จะสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านได้ด้วย
|