: ราคาหุ้น THBEV
 
Home
About Us Business Groups Product Groups Investor Relation Thaibev News
 
การกำกับดูแลกิจการตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี การประกอบธุรกิจภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับบริษัทเป็นความตั้งใจและมุ่งมั่นของ THBEV ตลอดมา ส่งผลให้ THBEV บริษัทไทยซึ่งจดทะเบียน อยู่ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ได้รับรางวัล “Most Transparent Company Award 2009 ” จากสมาคม ผู้ลงทุนในหลักทรัพย์แห่งประเทศสิงคโปร์ (Securities Investors Association (Singapore) (SIAS))


1. การปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

2. องค์ประกอบ และแนวทางปฏิบัติของคณะกรรมการบริษัท


3. ประธานกรรมการและ
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่


4. สมาชิกภาพของคณะกรรมการบริษัท


5. ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

6. การเข้าถึงข้อมูล


7. นโยบายพัฒนาผลตอบแทน

8. ระดับและประเภทของผลตอบแทน

9. การเปิดเผยข้อมูลผลตอบแทน

10. ความรับผิดชอบ

11. คณะกรรมการตรวจสอบ

12. การควบคุมภายใน

13. การตรวจสอบภายใน

14. การสื่อสารกับผู้ถือหุ้น
การปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

หลักเกณฑ์ที่ 1

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจและภารกิจของบริษัทให้เป็นไปตามที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติและตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทจะต้องใช้วิจารณญาณ และความรอบคอบในการตัดสินใจทางธุรกิจ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท

ในปีนี้ มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทรวม 4 ครั้ง ดังมีรายละเอียดในการเข้าประชุมของกรรมการแต่ละท่าน นับถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ต่อไปนี้
ชื่อ
ตำแหน่ง
จำนวนครั้งของการประชุม
1. นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ
3/4
2. คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ
3/4
3. นายณรงค์ ศรีสอ้าน รองประธานกรรมการ
4/4
4. นายโกเมน ตันติวิวัฒนพันธ์ รองประธานกรรมการ
4/4
5. นายภุชชงค์ ชาญธนากิจ กรรมการ
3/4
6. นายสถาพร กวิตานนท์ กรรมการอิสระ และประธานกรรมการตรวจสอบ
4/4
7. ศาสตราจารย์คนึง ฦาไชย กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ
4/4
8. นายมนู เลียวไพโรจน์ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ
3/4
9. นายอึ๊ง ตัก พัน กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ
4/4
10. นายไมเคิล เล่า ไวย เคียง กรรมการอิสระ
4/4
11. ศาสตราจารย์นายแพทย์พรชัย มาตังคสมบัติ กรรมการอิสระ
4/4
12. นายศักดิ์ทิพย์ ไกรกฤษ์ กรรมการอิสระ
4/4
13. พลเอกนายแพทย์ชูฉัตร กำภู ณ อยุธยา กรรมการอิสระ
4/4
14. นายวิวัฒน์ เตชะไพบูลย์ กรรมการ
4/4
15. นายปณต สิริวัฒนภักดี กรรมการ
4/4
16. นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
4/4
17. นางสาวกนกนาฏ รังษีเทียนไชย กรรมการ
4/4
18. นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร กรรมการ
4/4
19. นายอวยชัย ตันทโอภาส กรรมการ
4/4
20. ดร. พิษณุ วิเชียรสรรค์ กรรมการ
4/4
21. นายชูเกียรติ ตั้งพงศ์ปราชญ์ กรรมการ
4/4

เรื่องที่ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบสูงสุดในการบริหารจัดการธุรกิจ และการดำเนินงานของบริษัทรวมถึงการบริหารงานบริษัทย่อยให้เป็นไปตามแผนธุรกิจหลักของบริษัท ตามมติของผู้ถือหุ้นโดยสุจริต ภายใต้กฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท รวมถึงการกำกับดูแลให้บริษัทและบริษัทย่อยปฏิบัติตามกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์อีกด้วย นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยัง รับผิดชอบกำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการดำเนินงานของบริษัทและกำกับควบคุมดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานตามนโยบายที่กำหนดไว้ รวมถึงรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไปต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทั่วไปอย่างถูกต้องและเพียงพอ

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทจะต้องประชุมกันไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อปีตามกฎหมาย โดยในระหว่างปี พ.ศ. 2552 คณะกรรมการบริษัทได้มีการประชุมตามที่กฎหมายกำหนด

การฝึกอบรม
กรรมการบริษัททุกท่านได้ผ่านการอบรมหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย นอกจากนี้ กรรมการบางท่านยังได้ผ่านการอบรมในหลักสูตร Director Certification Program (DCP) จากสถาบันเดียวกันอีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมและสนับสนุนให้กรรมการบริษัทเข้าใจกฎหมายของประเทศสิงคโปร์และกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ที่มีผลบังคับใช้กับบริษัท โดยสนับสนุนให้กรรมการเข้ารับการฝึกอบรมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามที่เห็นสมควร รวมถึงจะแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้กรรมการทราบอยู่เสมอ

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัททุกท่านได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ณ วันที่เสนอให้แต่งตั้งให้เป็นกรรมการบริษัท

องค์ประกอบ และแนวทางปฏิบัติของ คณะกรรมการบริษัท

หลักเกณฑ์ที่ 2


คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทของบริษัทประกอบด้วยกรรมการ 21 ท่าน และในจำนวนนี้มีกรรมการอิสระ 8 ท่าน ซึ่งมากกว่าหนึ่งในสาม ของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการบริษัททุกท่านล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ทางธุรกิจมาเป็นเวลานาน หรือเป็นผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่อันทรงเกียรติ

คณะกรรมการบริหาร
คณะกรรมการบริหารประกอบด้วยกรรมการ จำนวน 16 ท่าน แต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการบริษัทได้มอบอำนาจแก่คณะกรรมการบริหารในการทำหน้าที่บริหารกิจการแทนคณะกรรมการบริษัท ในการนี้กรรมการบริหารบางท่านได้รับมอบหมายให้ดูแลงานในสายงานต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการย่อยชุดต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อช่วยกรรมการบริหารในการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทในการกำกับดูแลกิจการของบริษัทให้ดำเนินไปอย่างคล่องตัว

คณะกรรมการบริหารจะประชุมกันเดือนละหนึ่งครั้งเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ยกเว้นในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจะจัดการประชุมตามสมควรแก่กรณี

นอกจากนี้ กรรมการบริหารยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทย่อย ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศเพื่อควบคุมดูแลการบริหารงานต่างๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามนโยบายของบริษัทและได้รับประโยชน์สูงสุด

หน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร มีดังต่อไปนี้
• จัดทำและนำเสนอนโยบายทางธุรกิจ เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน กลยุทธ์ทางธุรกิจ และงบประมาณประจำปีของบริษัทและบริษัทย่อยต่อคณะกรรมการบริษัท
• กำหนดแผนธุรกิจ งบประมาณ และอำนาจบริหารต่างๆ ของบริษัทและบริษัทย่อย เพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท
• ควบคุมดูแลการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย ให้เป็นไปตามนโยบายทางธุรกิจ เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน กลยุทธ์ทางธุรกิจ งบประมาณ และอำนาจบริหารต่างๆ ตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเอื้อต่อสภาพธุรกิจ
• พิจารณาอนุมัติการใช้จ่ายเงินเพื่อการลงทุนหรือการดำเนินงานต่างๆ การกู้ยืมหรือการขอสินเชื่อใดๆ จากสถาบันการเงิน การให้กู้ยืมเงิน ตลอดจนการเข้าเป็น ผู้ค้ำประกัน เพื่อการทำธุรกรรมตามปกติของบริษัทและบริษัทย่อย ตามที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารมีอำนาจพิจารณาอนุมัติการเข้าทำธุรกรรมและดำเนินการต่างๆ ของบริษัท และบริษัทย่อย ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดไว้
• พิจารณาอนุมัติงบประมาณการขึ้นเงินเดือนหรือปรับระดับเงินเดือนพนักงานประจำปี และการจ่ายเงินรางวัลประจำปี (เงินโบนัส) ให้แก่พนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย
• พิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินตามที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด
• เสนอโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของบริษัทและบริษัทย่อยต่อคณะกรรมการบริษัท
• คัดเลือก ว่าจ้าง เลิกจ้าง เลื่อนตำแหน่ง ลงโทษทางวินัย โยกย้าย ปรับระดับ ขึ้นเงินเดือน ปรับอัตราเงินเดือน กำหนดโบนัส สวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อย่างอื่น ตลอดจนพิจารณาความดีความชอบประการอื่นของพนักงานของบริษัททุกระดับตำแหน่ง และให้มีอำนาจมอบหมายให้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่หรือผู้ได้รับ มอบหมายให้ทำการแทนของบริษัท เป็นผู้มีอำนาจแทนบริษัทในการลงนามในสัญญาจ้างที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ภายใต้งบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
• อนุมัติการแต่งตั้งผู้แทนของบริษัทเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ และ/หรืออนุกรรมการในบริษัทย่อย เพื่อควบคุมดูแลการบริหารงานต่างๆ ตามที่ได้รับอนุมัติจากบริษัท ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้รับประโยชน์สูงสุด
• กำกับดูแลและอนุมัติเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท และอาจแต่งตั้งหรือมอบหมายหรือมอบอำนาจให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนคณะกรรมการบริหารได้ตามที่เห็นสมควร เช่น แต่งตั้งคณะอนุกรรมการย่อยในการพิจารณาการขึ้นเงินเดือนหรือกำหนดเงินโบนัสแก่พนักงานในระดับ ผู้บริหารตั้งแต่ผู้อำนวยการสำนักขึ้นไปจนถึงรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการย่อยชุดต่างๆ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในกิจการเฉพาะทาง เพื่อบริหารและกลั่นกรองงาน ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร โดยคณะกรรมการบริหารสามารถยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขขอบเขตแห่งการมอบอำนาจนั้นๆ ได้ และ
• ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

ทั้งนี้ การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารนั้น จะต้องไม่มีลักษณะเป็นการอนุมัติการเข้าทำรายการที่ทำให้คณะกรรมการบริหาร หรือผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริหาร สามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใดกับบริษัทหรือบริษัทย่อย (ตามที่นิยามไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ซึ่งการอนุมัติรายการในลักษณะดังกล่าวจะต้องเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาอนุมัติรายการดังกล่าวตามที่ข้อบังคับของบริษัทหรือบริษัทย่อยหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด

ในปี พ.ศ. 2552 มีการประชุมคณะกรรมการบริหารรวม 12 ครั้ง ดังมีรายละเอียดของการเข้าประชุมของกรรมการบริหารแต่ละท่าน นับถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ต่อไปนี้

ชื่อ
ตำแหน่ง
จำนวนครั้งของการประชุม
1. นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร
12/12
2. คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการบริหารคนที่ 1
10/12
3. นายณรงค์ ศรีสอ้าน รองประธานกรรมการบริหารคนที่ 2
12/12
4. นายโกเมน ตันติวิวัฒนพันธ์ รองประธานกรรมการบริหารคนที่ 3
11/12
5. นายภุชชงค์ ชาญธนากิจ รองประธานกรรมการบริหารคนที่ 4
11/12
6. นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
11/12
7. นางสาวกนกนาฏ รังษีเทียนไชย กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
12/12
8. นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
12/12
9. นายอวยชัย ตันทโอภาส กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
10/12
10. ดร. พิษณุ วิเชียรสรรค์ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
12/12
11. นายชูเกียรติ ตั้งพงศ์ปราชญ์ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
10/12
12. นายสวัสดิ์ โสภะ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 11/12
13. นายฌอง เลอเบรอตง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 11/12
14. นายวิชัย ชัยยาวรานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 10/12
15. นายสมชัย สุทธิกุลพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 11/12
16. นายแมทธิว กิจโอธาน(1) ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 1/12
หมายเหตุ
(1) นายแมทธิว กิจโอธาน ได้เข้าร่วมงานกับบริษัทตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2552 และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2552 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2552

คณะจัดการ

คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการตั้งคณะจัดการโดยให้อำนาจแก่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ในการกำกับดูแล ทั้งนี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ได้แต่งตั้งคณะจัดการขึ้นในเดือนมกราคม 2551 โดยสมาชิกในคณะจัดการมาจากผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลสายงานต่างๆ ตั้งแต่เริ่ม ตั้งคณะจัดการมาถึงปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ดำรงตำแหน่งเป็นคณะจัดการ เนื่องจากการแต่งตั้งเพิ่มเติมและการเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 คณะจัดการประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง 11 ท่าน ได้แก่ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี นางสาวกนกนาฏ รังษีเทียนไชย นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร นายอวยชัย ตันทโอภาส ดร. พิษณุ วิเชียรสรรค์ นายชูเกียรติ ตั้งพงศ์ปราชญ์ นายสวัสดิ์ โสภะ นายฌอง เลอเบรอตง นายวิชัย ชัยยาวรานุรักษ์ นายสมชัย สุทธิกุลพานิช และนายแมทธิว กิจโอธาน โดยมี นายฐาปน สิริวัฒนภักดี เป็นประธานคณะจัดการ

คณะกรรมการลงทุน
ในการลงทุนเพื่อขยายกิจการของบริษัท บริษัทได้ดำเนินการอย่างระมัดระวังและรอบคอบ โดยคณะกรรมการบริหารของบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการลงทุน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากสายงานต่างๆ จำนวน 9 ท่าน โดยมีนายณรงค์ ศรีสอ้าน เป็นประธานกรรมการ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี และนายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร เป็นรองประธานกรรมการ ทำหน้าที่พิจารณาและให้ความเห็นในการเข้าซื้อ/ขายกิจการ ทรัพย์สิน รวมทั้งการควบรวมธุรกิจของกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาดำเนินการ

คณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการ 4 ท่าน ได้แก่ นายสถาพร กวิตานนท์ ศาสตราจารย์คนึง ฦๅไชย นายมนู เลียวไพโรจน์ และนายอึ๊ง ตัก พัน โดยมีนายสถาพร กวิตานนท์ เป็นประธานกรรมการตรวจสอบ และนายสมศักดิ์ แซ่ก๊วย ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภายใน เป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ

ในการนี้ นายอึ๊ง ตัก พัน ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทให้เป็นหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบในส่วนของการทำธุรกรรมระหว่างกลุ่มบริษัทกับบุคคลที่มีส่วนได้เสีย

คณะกรรมการตรวจสอบจะจัดประชุมอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้งหรือมากกว่านั้น หากมีกรณีจำเป็นเร่งด่วน โปรดพิจารณาในรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการบริษัทและพนักงานซึ่งเป็นผู้บริหาร รวม 14 ท่าน กรรรมการบริษัทได้แก่ นายณรงค์ ศรีสอ้าน นายภุชชงค์ ชาญธนากิจ นางสาวกนกนาฏ รังษีเทียนไชย นายชูเกียรติ ตั้งพงศ์ปราชญ์ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร นายอวยชัย ตันทโอภาส ดร.พิษณุ วิเชียรสรรค์ และผู้บริหารได้แก่ นายสวัสดิ์ โสภะ นายวิชัย ชัยยาวรานุรักษ์ นายฌอง เลอเบรอตง นายสมชัย สุทธิกุลพานิช นายเฉลิม พรรัชกิจ และนายมหินทร์ กรัยวิเชียร โดยมีนายณรงค์ ศรีสอ้าน เป็นประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง และนายสมศักดิ์ แซ่ก๊วย ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภายใน เป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่หลายอย่างรวมถึงภาระหน้าที่สำคัญในการวิเคราะห์ความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอก กำหนดระดับความเสี่ยงของปัจจัยต่างๆ ที่บริษัทและบริษัทย่อยพึงรับได้ กำหนดและทบทวนหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงทางด้านต่างๆ พิจารณาแผนฉุกเฉินของฝ่ายต่างๆ ให้สามารถ นำไปปฏิบัติเมื่อมีความจำเป็น พิจารณากลั่นกรองนโยบาย และแนวทางการบริหารความเสี่ยงของบริษัทและบริษัทย่อยโดยรวม พิจารณาปัจจัยความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย และจัดทำรายงานการบริหารความเสี่ยง ระบบเตือนภัย และมาตรการป้องกันให้ครอบคลุมความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจรวมทั้งประเมินความเสี่ยงของบริษัทและบริษัทย่อย ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะทบทวนเกณฑ์บริหารความเสี่ยง ในช่วงเวลาอันเหมาะสม

คณะกรรมการสรรหา
คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วยนายสถาพร กวิตานนท์ นายมนู เลียวไพโรจน์ และคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี โดยมีนายสถาพร กวิตานนท์ เป็นประธาน กรรมการสรรหา และนายธิติ สุวรรณรัตน์ เป็นเลขานุการ คณะกรรมการสรรหา ทั้งนี้ กรรมการสรรหาข้างมาก รวมถึงประธานคณะกรรมการสรรหาเป็นกรรมการอิสระ

คณะกรรมการสรรหามีหน้าที่สรรหาบุคคลที่สมควรได้รับ การเสนอชื่อเป็นกรรมการ และ/หรือกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และกำหนดวิธีการและหลักเกณฑ์ในการสรรหา

คณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทน
คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทน ประกอบด้วยนายสถาพร กวิตานนท์ นายมนู เลียวไพโรจน์ และศาสตราจารย์คนึง ฦๅไชย โดยมีนายสถาพร กวิตานนท์ เป็นประธานกรรมการพิจารณาผลตอบแทน และนายธิติ สุวรรณรัตน์ เป็นเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทน ทั้งนี้ กรรมการพิจารณาผลตอบแทนทั้งคณะเป็นกรรมการอิสระ

คณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทนมีหน้าที่กำหนดวิธีการและหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนประเภทต่างๆ ที่เหมาะสม รวมถึงการพิจารณาสอบทานการให้ค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูง

ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่

หลักเกณฑ์ที่ 3


ประธานกรรมการบริษัทส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร และฝ่ายจัดการ ประธานกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติการกำหนดวาระของ การประชุมคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการบริหาร ในฐานะที่เป็นประธานกรรมการบริหาร ทั้งเป็นผู้ควบคุมการให้ข้อมูลเพื่อให้มั่นใจว่าคณะผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัทได้รับข้อมูลตามกำหนดระยะเวลา

ประธานกรรมการบริษัทและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ต่างทำหน้าที่ของตนเพื่อกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะกรรมการบริษัทและตามโครงสร้างองค์กรใหม่ของบริษัท


สมาชิกภาพของคณะกรรมการบริษัท

หลักเกณฑ์ที่ 4


เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการแต่งตั้งกรรมการของบริษัท คณะกรรมการสรรหาจะทบทวนและประเมินคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นกรรมการ (รวมทั้งกรรมการบริหาร) ก่อนที่จะเสนอชื่อต่อคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหายังมีหน้าที่ทบทวนการครบวาระ และการต่อวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการแต่ละท่านให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาเพื่อเสนอการแต่งตั้งต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญประจำปี เพื่อให้เป็นไปตามที่ข้อบังคับของบริษัทกำหนด

นอกจากนี้ คณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทนจะกำหนดวิธีการและหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนประเภทต่างๆ ที่ เหมาะสมและสมเหตุสมผลให้แก่กรรมการและกรรมการบริหาร รวมถึงการสอบทาน ปรับปรุง แก้ไข หรือเพิกถอนวิธีการและหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัทเพื่ออนุมัติ และพิจารณาสอบทานการให้ค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูง เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทตามสมควรแก่กรณี

ในการดำเนินงานตามหน้าที่ที่รับผิดชอบนั้น คณะกรรมการสรรหา และคณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทนได้ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ที่มีผลบังคับใช้กับบริษัท ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการสรรหาและคณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทนได้จัดทำกฎระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติงาน และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติด้วย

ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

หลักเกณฑ์ที่ 5


ในการดำเนินกิจการของบริษัท คณะกรรมการได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวัง รวมถึงรักษาผลประโยชน์ของบริษัท กรรมการจะประเมินตนเองในการปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและมติของผู้ถือหุ้น

การเข้าถึงข้อมูล

หลักเกณฑ์ที่ 6


บริษัทมีความมุ่งมั่นให้คณะกรรมการบริษัทได้รับข้อมูลที่เพียงพอ ครบถ้วน ต่อเนื่อง และทันเวลาก่อนการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง ทั้งนี้ กรรมการบริษัทสามารถติดต่อเลขานุการบริษัทได้โดยตรงอย่างอิสระ เลขานุการบริษัทมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการบริษัทในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ โดยผ่านทางประธานกรรมการบริษัท โดยการประสานงานและปรึกษาหารือกับสำนักกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่มีผลบังคับใช้กับบริษัท บริษัทจึงได้จัดตั้งสายงานกำกับดูแล (Compliance Unit) โดยมีผู้จัดการสายงานกำกับดูแล (Compliance Manager) เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบหน่วยงานดังกล่าว ภายใต้ การกำกับของเลขานุการบริษัท คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้อนุมัติการแต่งตั้งและถอดถอนเลขานุการบริษัท ในปีนี้เลขานุการบริษัทได้เข้าร่วมในการประชุมคณะกรรมการบริษัทและการประชุมคณะกรรมการบริหารทุกครั้ง

นโยบายพัฒนาผลตอบแทน

หลักเกณฑ์ที่ 7


คณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทนได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการบริษัทให้เป็นผู้กำหนดค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทและ/หรือผู้บริหาร เพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยการปรึกษาหารือกับประธานกรรมการบริษัท ในกรณีที่กรรมการในคณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทนมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่พิจารณา กรรมการท่านนั้นจะไม่ร่วมพิจารณาและอนุมัติเรื่องดังกล่าว

ระดับและประเภทของผลตอบแทน

หลักเกณฑ์ที่ 8


การกำหนดระดับและประเภทของผลตอบแทนสำหรับกรรมการบริษัทและกรรมการบริหารนั้นเป็นไปตามผลประกอบการของบริษัท ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบและผลงานเฉพาะบุคคล ซึ่งรวมถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทด้วย

การอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการบริษัท จะดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ชัดเจนและโปร่งใสตามกฎหมายและสอดคล้องกับ Code of Corporate Governance 2005 (รวมทั้ง ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทนจะพิจารณาและให้ความเห็นชอบโครงสร้างค่าตอบแทนกรรมการบริษัทก่อนนำเสนอตามขั้นตอนเพื่อเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ

ระดับของผลตอบแทนนั้นพิจารณาจากประสบการณ์และความทุ่มเทให้กับการทำงาน และแบ่งได้ 3 ระดับจาก A ถึง C ดังต่อไปนี้

ระดับของอัตราค่าตอบแทน
“A” หมายถึงอัตราค่าตอบแทนที่ต่ำกว่า 250,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือเทียบเท่า
“B” หมายถึงอัตราค่าตอบแทนระหว่าง 250,000 และ 499,999 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือเทียบเท่า
“C” หมายถึงอัตราค่าตอบแทนตั้งแต่ 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือเทียบเท่า ขึ้นไป

อนึ่ง บริษัทได้ทำสัญญาว่าจ้างระยะยาวกับ ดร. พิษณุ วิเชียรสรรค์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท กรรมการผู้จัดการบริษัท เบียร์ไทย (1991) จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการบริษัท คอสมอส บริวเวอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านเทคนิคการผลิตเบียร์

การเปิดเผยข้อมูลผลตอบแทน

หลักเกณฑ์ที่ 9


ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 ผลตอบแทนประจำปี 2552 ของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงอีกห้าท่าน มีดังต่อไปนี้


9.1 กรรมการบริษัท
ชื่อ
(1 ดอลล่าร์สิงค์โปร์ = 24 บาท)
ระดับผลตอบแทน
1. นายเจริญ สิริวัฒนภักดี
C
2. คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี
B
3. นายณรงค์ ศรีสอ้าน
C
4. นายโกเมน ตันติวิวัฒนพันธ์
B
5. นายภุชชงค์ ชาญธนากิจ
B
6. นายสถาพร กวิตานนท์
A
7. ศาสตราจารย์คนึง ฦาไชย
A
8. นายมนู เลียวไพโรจน์
A
9. นายอึ๊ง ตัก พัน
A
10. นายไมเคิล เล่า ไวย เคียง
A
11. ศาสตราจารย์นายแพทย์พรชัย มาตังคสมบัติ
A
12. นายศักดิ์ทิพย์ ไกรกฤษ์
A
13. พลเอกนายแพทย์ชูฉัตร กำภู ณ อยุธยา
A
14. นายวิวัฒน์ เตชะไพบูลย์
A
15. นายปณต สิริวัฒนภักดี A
16. นายฐาปน สิริวัฒนภักดี
C
17. นางสาวกนกนาฏ รังษีเทียนไชย
C
18. นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร
C
19. นายอวยชัย ตันทโอภาส
C
20. ดร. พิษณุ วิเชียรสรรค์
C
21. นายชูเกียรติ ตั้งพงศ์ปราชญ์
B

9.2 ผู้บริหารระดับสูง
ชื่อ
(1 ดอลล่าร์สิงค์โปร์ = 24 บาท)
ระดับผลตอบแทน
1. นายสวัสดิ์ โสภะ
B
2. นายฌอง เลอเบรอตง
C
3. นายวิชัย ชัยยาวรานุรักษ์
B
4. นายสมชัย สุทธิกุลพานิช A
5. นายแมทธิว กิจโอธาน (1) A
 
หมายเหตุ
(1) นายแมทธิว กิจโอธาน ได้เข้าร่วมงานกับบริษัทตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2552 และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2552 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2552

ความรับผิดชอบ

หลักเกณฑ์ที่ 10


คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้การประเมินผลประกอบการของบริษัทมีความสมดุลและง่ายต่อการทำความเข้าใจ นอกจากนั้นยังมีหน้าที่จัดทำรายงานการเงินรายไตรมาสและประจำปีให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะเปิดเผย งบการเงินรายไตรมาสของสามไตรมาสแรกให้ผู้ถือหุ้นทราบภายใน 45 วันนับจากวันสิ้นสุดแต่ละไตรมาส และรายงาน ผลประกอบการประจำปีภายใน 60 วันนับจากวันสิ้นสุดรอบปีบัญชี นอกจากนี้ เมื่อเปิดเผยงบการเงินแล้ว ผู้บริหารระดับสูง ยังได้เข้าร่วมในการบรรยายสรุปผลประกอบการประจำไตรมาส และร่วมประชุมผ่านทางโทรศัพท์ เพื่อให้เป็นที่แน่ใจว่านักลงทุนได้รับข้อมูลทันต่อเวลา

คณะกรรมการตรวจสอบ

หลักเกณฑ์ที่ 11


คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระ 4 ท่าน เป็นสัญชาติไทย 3 ท่าน และสัญชาติสิงคโปร์ 1 ท่าน โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบตามที่กำหนดไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ อาทิเช่น ทำหน้าที่ดูแลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีระบบการตรวจสอบและการควบคุมภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ดูแลกระบวนการจัดทำและการเปิดเผยข้อมูลในรายงานทางการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย ให้มีความถูกต้องครบถ้วนเป็นที่เชื่อถือได้ ตลอดจนสอบทานให้บริษัทและบริษัทย่อยปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ รวมถึงการสอบทานการทำรายการระหว่างบริษัทหรือบริษัทย่อยกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์

การควบคุมภายใน

หลักเกณฑ์ที่ 12


คณะกรรมการบริษัทยึดมั่นในระบบควบคุมการบริหารงานภายในที่เหมาะสม ดังนั้นเพื่อรักษาผลประโยชน์จากการลงทุนของผู้ถือหุ้นและทรัพย์สินของบริษัท คณะกรรมการบริษัทจึงได้แต่งตั้ง คณะกรรมการบริหาร ซึ่งกรรมการบริหารแต่ละท่านรับผิดชอบดูแลสายงานและหน่วยธุรกิจต่างๆ ให้มีการควบคุมในระดับที่เหมาะสมเพียงพอทั้งด้านการเงิน การดำเนินงานและการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ รวมทั้งนโยบายด้านการบริหารความเสี่ยง

เพื่อเป็นการสนับสนุนการควบคุมภายในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้สำนักเลขานุการบริษัททำหน้าที่ในการกำกับดูแลการปฏิบัติ ตามกฎหมายบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมาย หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท

นอกเหนือไปจากการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว คณะกรรมการบริษัทยังได้อนุมัติให้ประกาศใช้จรรยาบรรณบริษัทเป็นแนวทางปฏิบัติแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทด้วย

จากข้อมูลที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับ คณะกรรมการตรวจสอบเชื่อว่าบริษัทมีระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงที่เพียงพอ

การตรวจสอบภายใน

หลักเกณฑ์ที่ 13


บริษัทจัดตั้งสำนักตรวจสอบภายในขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทผ่านคณะกรรมการตรวจสอบในการบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล โดยการประเมินความเหมาะสมและประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายในสำหรับธุรกิจ และการดำเนินงานหลักของกลุ่มธุรกิจของบริษัท ตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนงานการตรวจสอบ ในการนี้ คณะกรรมการตรวจสอบได้แต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภายใน ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ และได้จัดทำแผนการตรวจสอบภายในประจำปีเพื่อให้การตรวจสอบภายในเป็นไปอย่างถูกต้องเที่ยงตรง

คณะกรรมการตรวจสอบจะเป็นผู้เสนอความเห็นการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และค่าสอบบัญชีของบริษัทและบริษัทในเครือต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดย ในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2552 ได้มีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมาก ให้แต่งตั้งนางสาวนิตยา เชษฐโชติรส ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 4439 หรือ นางสาวบงกช อ่ำเสงี่ยม ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3684 หรือ นายสันติ พงค์เจริญพิทย์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 4623 คนใดคนหนึ่งของบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด (“เคพีเอ็มจี”) เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ซึ่งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีดังกล่าว จะเป็นไปตาม Rule 713(1) ของคู่มือเกี่ยวกับการขอให้รับ หลักทรัพย์เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (คู่มือเกี่ยวกับการขอให้รับหลักทรัพย์)

อนึ่ง บริษัทมี InterBev (Singapore) Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเพียงบริษัทเดียวที่จัดตั้งในประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ InterBev (Singapore) Limited แต่งตั้งเคพีเอ็มจี ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นบริษัทตรวจสอบบัญชีในกลุ่มเดียวกันกับผู้สอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อยอื่นที่จัดตั้งในประเทศไทย ดังนั้น การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี จึงเป็นไปตาม Rule 716 ของคู่มือเกี่ยวกับการขอให้รับหลักทรัพย์

ตามงบการเงินสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2552 บริษัทไม่มีการจ่ายค่า Non-Audit Fee ให้แก่ผู้สอบบัญชี

การสื่อสารกับผู้ถือหุ้น

หลักเกณฑ์ที่ 14


การสื่อสารกับผู้ถือหุ้นนั้นมิใช่มีเพียงแค่การประกาศผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX-NET) เท่านั้น แต่หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ ยังได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อให้สามารถส่งข้อมูลต่างๆ ถึงผู้ถือหุ้นในเวลาที่เหมาะสม หน่วยงานดังกล่าวมีหน้าที่สรุปผลประกอบการประจำไตรมาส หลังจากที่บริษัทได้เปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสและรายปีแล้ว เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถสอบถามผู้บริหารเกี่ยวกับประเด็นทางการเงิน การตลาด หรือกลยุทธ์อื่นๆ นอกจากนี้ ในระหว่างไตรมาส ทีมงานนักลงทุนสัมพันธ์ยังได้พบกับนักลงทุนเป็นประจำเพื่อสื่อสารถึงนโยบายและกลยุทธ์ของบริษัทเพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าใจการดำเนินงานของบริษัทได้เป็นอย่างดี และยังนำเสนอรายละเอียดต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท โดยปรับเปลี่ยนข้อมูลให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ

ในขณะเดียวกัน หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ยังมีหน้าที่รายงานให้ผู้บริหารทราบความคิดเห็นหรือข้อกังวลใจของนักลงทุนด้วย ท่านสามารถหารายละเอียดที่อยู่และข้อมูลการติดต่อหน่วยงานดังกล่าวได้จากรายงานประจำปีฉบับนี้ หรือจากเว็บไซต์ของบริษัทที่ http://www.thaibev.com/ir.html


 
ข้อมูล ณ วันที่ 19/4/2553 
 
แนะนำการแสดงผลเว็บไซต์ : Internet Explorer 7 ขึ้นไป
© สงวนลิขสิทธิ์ 2553 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) l ข้อกำหนดและเงื่อนไข