|
|
|
|
1. บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มีธุรกิจอะไรบ้าง ? |
|
|
ไทยเบฟเป็นผู้ผลิตเบียร์และสุราชั้นนำในประเทศไทย และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย 99 บริษัท (ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553) สายธุรกิจหลักได้แก่ การผลิตและทำการตลาดสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกทั้งยังได้เริ่มขยายเข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ |
| |
|
|
|
2. ผลิตภัณฑ์ของเครือบริษัทไทยเบฟมีอะไรบ้าง ? |
|
|
ผลิตภัณฑ์ของไทยเบฟสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ เบียร์ สุรา (เช่น รัมและวิสกี้) เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (เช่นน้ำดื่ม และโซดา) และผลิตภัณฑ์จากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
ผลิตภัณฑ์ของไทยเบฟที่รู้จักกันดี ได้แก่ เบียร์ช้าง เบียร์ยอดนิยมในประเทศไทย และอาชาผลิตภัณฑ์ที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ ไทยเบฟยังจำหน่าย แสงโสม สุรารางวัลเหรียญทอง และแม่โขง ซึ่งรู้จักกันดีในหมู่นักดื่มชาวไทย
นอกจากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแล้ว ไทยเบฟมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องซึ่งจำหน่ายอาหารเสริมสำหรับสัตว์และอิฐมวลเบา ซึ่งผลิตจากของเหลือจากขั้นตอนการผลิตเบียร์และสุรา
คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของไทยเบฟได้จาก www.thaibev.com/th08/product.aspx?sublv1gID=11 |
| |
|
|
|
3. ไทยเบฟมีธุรกิจที่ใดบ้าง ? |
|
|
ไทยเบฟดำเนินธุรกิจหลักในประเทศไทย และยังดำเนินธุรกิจในประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร มาเลเซีย กัมพูชา และสหรัฐอเมริกา |
| |
|
|
|
4. ไทยเบฟมีกลยุทธ์การขยายธุรกิจอย่างไร ? |
|
|
ไทยเบฟกำลังดำเนินกลยุทธ์ premiumisation คือการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีสัดส่วนกำไรมากขึ้น ออกสู่ตลาด ตัวอย่างเช่น ไทยเบฟ ได้เปิดตัวช้างไลท์ ในตลาดเบียร์แอลกอฮอล์ต่ำที่มีอัตราการเติบโตสูง และในขณะเดียวกัน บริษัทได้มองหาโอกาสทางธุรกิจ และจะร่วมมือกับคู่ค้าในต่างประเทศที่เหมาะสม เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2550 ไทยเบฟได้เปิดตัวเบียร์ช้างในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดเบียร์ที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงแห่งหนึ่ง โดยในเบื้องต้น ได้มุ่งเป้าหมายไปที่ร้านอาหารไทย เวียดนาม และเอเชียนฟิวชั่น กว่า 5,000 แห่ง ไทยเบฟจะเน้นที่เมืองใหญ่และรัฐใหญ่ๆ เช่น ย่านใจกลางเมืองนิวยอร์ก และรัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัทฯ คาดว่าจะเจาะตลาดได้ประมาณ 40%-50% ของร้านอาหารเหล่านี้ ในช่วงปีแรก |
| |
|
|
|
5. ไทยเบฟมีพนักงานทั้งหมดกี่คน ? |
|
|
บริษัทมีพนักงานประมาณ 26,000 คน |
| |
|
|
|
6. คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยใครบ้าง ? |
|
|
|
| |
|
|
|
7. ไทยเบฟสนับสนุนกีฬาประเภทต่างๆ อย่างไรบ้าง ? |
|
|
ไทยเบฟสนับสนุนกีฬาต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยพัฒนาวงการกีฬาไทย เพื่อให้ทัดเทียมระดับนานาชาติ กีฬาต่างๆ ที่ไทยเบฟให้การสนับสนุนได้แก่ ฟุตบอล วอลเลย์บอล ชกมวย จักรยาน สนุกเกอร์ บิลเลียด ว่ายน้ำ กรีฑา ปิงปอง เทนนิส ยิมนาสติก เทควันโด แข่งเรือพาย และหมากรุก |
| |
|
|
|
8. ไทยเบฟมีกิจกรรมเพื่อสังคมอะไรบ้าง ? |
|
|
ไทยเบฟมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวไทย โครงการ “ไทยเบฟรวมใจต้านภัยหนาว” ซึ่งเป็นโครงการแจกผ้าห่มให้กับชาวบ้านในพื้นที่ทุรกันดาร ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 โดยเมื่อปี 2549 บริษัทฯ ได้แจกผ้าห่มไป 1.2 ล้านผืน นอกจากนี้ ไทยเบฟยังมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา การอนุรักษ์ช้างป่า และช้างบ้าน อีกทั้งเมื่อเกิดภัยพิบัติ ไทยเบฟยังเป็นองค์กรแรกๆ ที่ได้ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งจากเหตุการณ์สึนามิ และน้ำท่วม |
| |
|
|
|
9. พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลกระทบอย่างไรบ้าง ? |
|
|
ข้อสรุปเนื้อหาที่สำคัญของพระราชบัญญัติ มีดังนี้:
- ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในวัด สถานที่ทางศาสนา สถานพยาบาล สถานีบริการน้ำมัน หรือร้านค้าในบริเวณนั้น ในสวนสาธารณะ สถานที่ราชการ หอพัก และสถานศึกษา
- ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยใช้เครื่องขายอัตโนมัติ เร่ขาย หรือให้ส่วนลดส่งเสริมการขาย
- ห้ามแจกของขวัญ ของรางวัล
- ห้ามแจกจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลองดื่ม หรือในลักษณะที่เป็นการบังคับซื้อ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี
- ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยทางตรง หรือแสดงภาพการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- สามารถโฆษณาและให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์เฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมเพื่อสังคม โดยไม่มีภาพผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ปรากฏ
- สามารถโฆษณาโดยแสดงสัญลักษณ์หรือโลโก้ของเครื่องดื่ม หรือของบริษัทได้
- โฆษณาที่มีต้นกำเนิดนอกราชอาณาจักร จะไม่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้ เช่น การสนับสนุน สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน โดยแสดงโลโก้บนเสื้อนักกีฬา
- ไทยเบฟเชื่อว่าแม้กฎข้อบังคับดังกล่าว อาจมีผลในการส่งเสริมการขายบ้าง แต่เครือข่ายการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมของ บริษัทจะช่วยลดผลเสียที่มีต่อการทำการตลาดได้ |
| |
|
|
|
10. บริษัทคาดว่าจะมีต้นทุนด้านวัตถุดิบเพิ่มขึ้นหรือไม่ ? |
|
|
ขณะนี้ราคาของมอลท์ ฮอปส์ และข้าวได้ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทได้ทำสัญญาระยะยาวกับผู้ค้ามอลท์และฮอปส์ ดังนั้น บริษัทจึงสามารถจัดการกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ |
| |
|
|
|
11. ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ออกใหม่ของไทยเบฟ ได้แก่อะไรบ้าง ? |
|
|
บริษัทได้เปิดตัวเบียร์พรีเมียม “เฟดเดอร์บรอย (Federbrau)” โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ไว้ระดับเดียวกับเบียร์ไฮเนเก้น และได้เปิดตัวสก็อตช์วิสกี้ใหม่ที่ผลิตโดยบริษัท Inver House ชื่อ Drummer |
| |
|
|
|
12. ไทยเบฟซื้อหุ้นบริษัทโออิชิแล้วใช่หรือไม่ ? |
|
|
่ใช่ |
| |
|
|
|
13. การซื้อหุ้นโออิชินี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ? |
|
|
ไทยเบฟซื้อหุ้นโออิชิ 43.9% เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2551 และได้ทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้นทั่วไป (Tender Offer) ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมถึง 18 พฤศจิกายน 2551 ไทยเบฟจึงถือหุ้นโออิชิทั้งหมด 89.9% |
| |
|
|
|
|
|
1. คาดว่าโออิชิจะเพิ่มกำไรให้กับไทยเบฟได้มากเท่าใด ? |
|
|
ประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของโออิชิหลังการเข้าซื้อกิจการ |
| |
|
|
|
2. จริงหรือไม่ที่ไทยเบฟขายกิจการบริษัทไทยแอลกอฮอล์ที่ดำเนินการผลิตแอลกอฮอล์เพื่ออุตสาหกรรม ? |
|
|
จริง ไทยเบฟได้ขายกิจการบริษัทไทยแอลกอฮอล์ทั้งหมด |
| |
|
|
|
3. ราคาขายของบริษัทแอลกอฮอล์เป็นเงินเท่าใด ? |
|
|
ราคาที่ตกลงคือ 1,590.95 ล้านบาท |
| |
|
|
|
4. การขายนี้เป็นธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกันหรือไม่ ? |
|
|
ใช่ ผู้ถือหุ้นหลักของไทยเบฟได้ตกลงที่จะดำเนินการเข้าซื้อกิจการ |
| |
|
|
|
5. เพราะเหตุใดไทยเบฟจึงขายบริษัทไทยแอลกอฮอล์ ? |
|
|
สาเหตุที่ขายกิจการนี้ เป็นเพราะบริษัทไทยแอลกอฮอล์ประสบกับภาวะขาดทุนต่อเนื่อง และหากจะปรับปรุงกิจการ จะต้องมีการลงทุนอย่างมาก ซึ่งไทยเบฟเลือกที่จะลงทุนในกิจการหลักเท่านั้น |
| |
|
|
|
6. ไทยเบฟได้ราคาที่ประเมินของโออิชิและไทยแอลกอฮอล์อย่างไร ? |
|
|
บริษัทผู้ประเมินมูลค่าอิสระเป็นผู้ประเมินในทั้งสองกรณี ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่จะเปิดเผยแก่ผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) |
| |
|
|
|
|
|
1.ไทยเบฟจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อใด และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ใด ? |
|
|
ไทยเบฟจดทะเบียนในกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และเริ่มซื้อขายวันแรก เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2549 |
| |
|
|
|
2. หุ้นไทยเบฟมีราคาเท่าใดเมื่อจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ? |
|
|
ราคาหุ้นไทยเบฟที่เสนอขายต่อประชาชนคือ 0.28 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น |
| |
|
|
|
3.ใครเป็นผู้ถือหุ้นหลักของไทยเบฟ ? |
|
|
คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี และภริยา รวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ถือหุ้นหลัก |
| |
|
|
|
4. ไทยเบฟมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างไร ? |
|
|
นโยบายปัจจุบันจากคณะกรรมการบริษัทคือ จ่ายเงินปันผลในจำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ หลังจากหักเงินสำรองที่จำเป็น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแผนการลงทุน และตามที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควร |
| |
|
|
|
5. ที่ผ่านมาไทยเบฟเคยจ่ายเงินปันผลอย่างไรบ้าง ? |
|
|
ไทยเบฟจ่ายเงินปันผลปีละสองครั้ง ในเดือนกันยายน (ปันผลระหว่างกาล) และเดือนพฤษภาคม (ปันผลประจำปี) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2551 บริษัทฯ ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บาทต่อหุ้น สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2551 นับเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 60% ของกำไรสุทธิ
|
| |
|
|
|
|
|
1. ไทยเบฟดูแลงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์อย่างไร ? |
|
|
ไทยเบฟมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติต่อนักลงทุนอย่างเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือรายย่อย ประกาศทุกฉบับจะประกาศให้รับทราบโดยทั่วไปผ่านทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ www.sgx.com (คลิกที่ 'Listed Companies' และ 'Announcements') และในเว็บไซต์ของไทยเบฟ www.thaibev.com และขณะนี้ ได้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์สำหรับ PDA เป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้สามารถเข้าชมเว็บไซต์ได้จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ PDA
|
| |
|
|
|
2. หากต้องการติดต่อแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ สามารถติดต่อได้ที่ใด ? |
|
|
หากต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับไทยเบฟ คุณสามารถติดต่อ Mr. Richard Jones รองผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ในประเทศไทย ที่หมายเลข +66 2 272 2295 ติดต่อทางอีเมล์ richard.j@thaibev.com หรือติดต่อบริษัทที่ปรึกษาตัวแทนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ในสิงคโปร์ Gavin Anderson & Company ที่หมายเลข +65 6339 9110
|
| |
|
|
|
3. ปีการเงินของไทยเบฟสิ้นสุดเมื่อใด ? |
|
|
|
| |
|
|
|
4. สามารถหาหนังสือรายงานประจำปีได้จากที่ใดบ้าง ? |
|
|
คุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์หนังสือรายงานประจำปีได้จากwww.thaibev.com และ www.sgx.com สำหรับนักลงทุนในประเทศไทย สามารถติดต่อแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ของไทยเบฟเพื่อขอรับเล่มหนังสือรายงานประจำปีที่ ariya.s@thaibev.com หากอยู่ในสิงคโปร์ กรุณาติดต่อ Gavin Anderson & Company ที่ +65 6339 9110
|
| |
|
|
|
5. สามารถหาข้อมูลทางการเงินและผลประกอบการของไทยเบฟได้จากที่ใด ? |
|
|
ข้อมูลทางการเงินที่เปิดเผยสู่สาธารณะ และรายงานทางการเงินต่างๆ มีอยู่ที่ www.thaibev.com และ www.sgx.com
|
| |
|
|
|
6. ไทยเบฟสื่อสารกับนักลงทุนรายย่อยอย่างไร ? |
|
|
ไทยเบฟมีการติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนรายย่อยหลายทาง ดังเช่นตัวอย่างต่อไปนี้ • ไทยเบฟจัดการประชุมผ่านทางโทรศัพท์สำหรับแถลงผลประกอบการรายไตรมาส และมีการกระจายเสียงผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้นักลงทุนสามารถฟังการแถลงผลประกอบการและช่วงคำถามคำตอบได้ ลิงค์และคำแนะนำเกี่ยวกับการฟังกระจายเสียงผ่านทางเว็บไซต์ จะแสดงไว้ในเว็บไซต์ของไทยเบฟประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันแถลงผลประกอบการ • คณะผู้บริหารของไทยเบฟเดินทางไปประเทศสิงคโปร์เพื่อแถลงผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรก และสิ้นปี หลังจากส่งผลประกอบการผ่าน SGXNet ดังนั้น นักลงทุนจึงมีโอกาสได้ซักถามเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท และได้แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์แก่บริษัท ตัวอย่างเช่น ในงานแถลงผลประกอบการสำหรับนักลงทุนรายย่อยครั้งหนึ่งช่วงต้นปี 2550 มีผู้ให้คำแนะนำให้บริษัทดำเนินกิจกรรมทางการตลาดในสิงคโปร์มากยิ่งขึ้นเพื่อให้คนรู้จักตราสินค้าเพิ่มขึ้น บริษัทรับทราบคำแนะนำนี้ และดำเนินการจัดแคมเปญโฆษณาบนรถบัสทั่วเมือง • นักลงทุนรายย่อยได้รับเชิญให้ร่วมงานต่างๆ ของไทยเบฟ เช่น งานเลี้ยงครบรอบการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล สิงคโปร์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2550 • ไทยเบฟยังจัดทำจดหมายข่าวสำหรับนักลงทุน ซึ่งจะนำไปโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ www.thaibev.com และยังจัดส่งจดหมายข่าวให้กับผู้ที่ลงทะเบียน Email Alerts Service นักลงทุนสามารถลงทะเบียนได้ที่ www.thaibev.com และคลิกเมนู Info Request และ Email Alerts เพื่อรับข้อมูลและประกาศต่างๆ ของไทยเบฟที่จะส่งผ่านอีเมล์ บริษัทยินดีรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุน คุณสามารถติดต่อ Richard Jones รองผู้อำนวยการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ ได้ทางอีเมล์ richard.j@thaibev.com หรือติดต่อ Gavin Anderson & Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา PR/IR ในสิงคโปร์ หมายเลขโทรศัพท์ +65 6339 9110 หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
|
| |
|
|
|
7. บริษัทจัดการเยี่ยมชมโรงงานสำหรับนักลงทุนหรือไม่ ? |
|
|
ไทยเบฟมีการจัดเยี่ยมชมโรงเบียร์ที่กำแพงเพชรสำหรับนักลงทุนรายย่อยทุกปี นักลงทุนจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเดินทางและค่าที่พัก บริษัทจะจัดรถบัสเพื่อเดินทางไปชมโรงเบียร์ที่จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งผลิตเบียร์ช้าง ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย พร้อมทั้งฟังบรรยายข้อมูลที่มีประโยชน์จากผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังการผลิตเบียร์ รายละเอียดสำหรับการเยี่ยมชมครั้งต่อไปจะประกาศในเว็บไซต์ของไทยเบฟ www.thaibev.com
|
| |
|
|
|
|
|
1. บริษัทจะจัดงานแถลงผลประกอบการครั้งต่อไปเมื่อใด ? |
|
|
ไทยเบฟจะประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสภายใน 45 วัน และผลการดำเนินงานประจำปีภายใน 60 วัน หลังจากสิ้นงวด กรุณาไปที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ www.sgx.com เพื่อทราบข้อมูลเพิ่มเติม โดยคลิกที่ 'Listed Companies' และ 'Announcements' การแถลงผลประกอบการผ่านการประชุมทางโทรศัพท์จะเปิดให้นักลงทุนรับฟังได้ รายละเอียดเกี่ยวกับการแถลงผลประกอบการนี้ จะโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันแถลงผลประกอบการ www.sgx.com คลิกที่ 'Listed Companies' และ 'Announcements' |
| |
|
|
|
2. การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (“AGM”) ครั้งต่อไปจะจัดเมื่อใด ? |
|
|
คณะกรรมการบริษัทจะจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีภายในสี่เดือนนับจากวันสุดท้ายของปีการเงิน การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2551 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2551 ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย
|
| |
|
|
|
3. ผู้ถือหุ้นในสิงคโปร์จะออกเสียงในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ของ บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ ได้อย่างไร ? |
|
|
ตามกฎหมายไทย การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี และการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น จะต้องจัดขึ้นในประเทศไทย เกี่ยวข้อง นักลงทุน (รวมถึงนักลงทุนชาวสิงคโปร์) ซึ่งถือหุ้นผ่าน Central Depository (Pte) Ltd. หรือ CDP ในสิงคโปร์ สามารถแจ้งให้ CDP ออกเสียงลงคะแนนสำหรับหุ้นดังกล่าวตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการจัดการบัญชีหลักทรัพย์ที่กำหนดไว้โดย CDP อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายไทย จะถือ CDP เป็นผู้ถือหุ้นสำหรับหุ้นทั้งหมดดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว และเป็นบุคคลที่ถือว่าเป็นผู้ถือหุ้นที่จะมีสิทธิโดยชอบที่จะออกเสียงลงคะแนนในเรื่องต่าง ๆ ที่เสนอให้ผู้ถือหุ้นออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
เพื่อเป็นการให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น จึงมี Voting Instruction Forms (VIF) ซึ่งจะจัดส่งไปยังบุคคลที่ถือหุ้นภายใต้บัญชีหลักทรัพย์ของ CDP ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถให้ CDP ออกเสียงในนามผู้ถือหุ้นให้ ผ่าน VIF โดยที่ CDP สามารถแยกคะแนนเสียงในแต่ละประเด็นได้ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ดำเนินการตามการออกเสียงของผู้ออกเสียงทั้งหมด ทั้งนี้ จะต้องกรอกและส่งคืน VIF มายัง CDP ก่อนวันที่ CDP กำหนด |
| |
|
|
|
4. ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นผ่าน CDP สามารถเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นในประเทศไทยได้อย่างไร |
|
|
หากผู้ถือหุ้นต้องการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นในประเทศไทยด้วยตนเอง จะต้องโอนหุ้นที่ถือผ่าน CDP ไปขึ้นทะเบียนในนามของผู้ถือหุ้นเอง กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Thailand Securities Depository หรือ TSD) ซึ่งจะต้องชำระค่าอากรแสตมป์ 0.001%1 ของมูลค่าหุ้น ณ วันนั้น2 ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ และจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนที่ไทยเบฟจะปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น โดยปกติแล้ว จะมีการประกาศวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ หากผู้ถือหุ้นต้องการโอนหุ้นกลับไปที่ CDP เพื่อให้สามารถซื้อขายหุ้นได้ หลังการประชุมเสร็จสิ้น จะต้องมีการชำระค่าอากรแสตมป์อีกครั้ง เป็นจำนวน 0.1% ของมูลค่าหุ้น และอาจใช้เวลาดำเนินการ 2-3 สัปดาห์
|
| |
|
| |
หมายเหตุ |
| |
1.จะต้องมีการชำระค่าอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อมูลค่า 1,000 บาท |
| |
2.อาจมีค่าใช้จ่ายสำหรับอากรและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายสิงคโปร์ด้วย เช่นค่าอากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมการโอนหุ้นออก |
| |
|
|
|
5. หากผู้ถือหุ้นไม่สามารถเดินทาง ไปร่วมการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีในประเทศไทยได้ มีวิธีการอื่นที่จะแสดง ความคิดเห็น ได้หรือไม่ ? |
|
|
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของไทยเบฟเดินทางไปสิงคโปร์บ่อยครั้ง เมื่อใดที่มีการจัดการประชุมสำหรับผู้ถือหุ้นรายย่อย บริษัทยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็น ข้อกังวล และสิ่งที่ผู้ถือหุ้นต้องการ ซึ่งจะนำไปแจ้งต่อผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท ไทยเบฟสนับสนุนให้นักลงทุนในสิงคโปร์กรอกแบบฟอร์มแจ้งการออกเสียง หรือ voting instruction form (VIF) ที่จะแจกให้กับผู้ถือหุ้นก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี แล้วส่งให้ CDP เพื่อดำเนินการต่อ
|
| |
|